Archive for February, 2009

Feb 23

          อำเภอสบเมย เป็นหนึ่งในอำเภอของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นอำเภอที่เล็กที่สุดของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีอาณาบริเวณติดกับจังหวัดตาก ที่อำเภอท่าสองยาง  ด้วยความที่เป็นอำเภอเล็กมากจึงไม่ใคร่เป็นที่รู้จักเลื่องลือกันมากในหมู่นักท่องเที่ยว ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกที่ยังไม่อยู่ในระดับมาตรฐานมากนัก  แต่ถึงอย่างไรก็ตามถ้าจะกล่าวกันถึงทางด้านความงามของธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวแล้ว อำเภอสบเมยก็ดูเหมือนจะไม่เป็นรองอำเภออื่นๆ เพราะนอกเหนือจากธรรมชาติที่งดงามแล้ว สบเมยยังเป็นอำเภอที่สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตอันเรียบง่ายในการเป็นอยู่ของชาวบ้าน  และยังคงความดั้งเดิมตามแบบฉบับให้นักท่องเที่ยวที่สนใจในเรื่องอนุรักษ์วัฒนธรรมและธรรมชาติให้ได้เที่ยวชมและศึกษากันอย่างทั่วถึง

          สบเมย ได้รับการยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอเมื่อวันที่1 เมษายน 2527 โดยแยกการปกครองจากอำเภอแม่สะเรียง โดยมีพื้นที่การปกครองอยู่ 3 ตำบลคือตำบลสบเมย ตำบลแม่คะตวน และตำบลกองก๋อย บนเนื้อที่ 1,177 ตารางกิโลเมตร แล้วต่อมาได้รับการอนุมัติตำบลอีก 3 ตำบล คือ ตำบลแม่สวด ตำบลแม่สามแลบ (แยกจากตำบลสบเมย) ตำบลป่าโปง (แยกจากตำบลกองก๋อย) แล้วในปี 2536 ได้มีประกาศราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2536 เล่มที่ 110 ตอนที่ 179 ยกฐานะจากกิ่งอำเภอมาเป็นอำเภอแล้วมีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2536 เป็นต้นมา

          อำเภอสบเมย เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอนและเป็นอำเภอที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 500 ปี มีแม่น้ำสายสายสำคัญไหลผ่านสองสาย คือ แม่น้ำยวมและแม่น้ำสาละวิน ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากแม่น้ำสายนี้กั้นพรหมแดนระหว่างประเทศไทยกับสหภาพเมียนม่าร์ (พม่า) อำเภอสบเมยมีลักลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาจึงทำให้มีธรรมชาติที่สวยงาม ร่มรื่น เหมาะแก่การท่องเที่ยวและพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง

คำขวัญของอำเภอสบเมย

          สุดแดนสาละวิน แดนดินพริกกระเหรี่ยง ลือเลื่องครูบาผาผ่า งามตาแม่น้ำเงา ขุนเขาธรรมชาติ ใจสะอาดคนสบเมย

ประวัติความเป็นมาของอำเภอสบเมย

          สบ หมายถึง พบ,บรรจบ

          เมย หมายถึง ชื่อแม่น้ำสายหนึ่ง(แม่น้ำเมย)ที่มาบรรจบกับน้ำสาละวิน ซึ้งเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปใน ประเทศและต่างประเทศเนื่องจากแม่น้ำสายนี้กั้นพรหมแดนระหว่างประเทศไทยกับสหภาพเมียนม่าร์ (พม่า) ดังนั้น สบเมย หมายถึง สถานที่มาบรรจบของแม่น้ำเมยกับแม่น้ำสาละวิน

          อำเภอสบเมย เป็นอำเภอที่แยกออกมาจากอำเภอแม่สะเรียง ประวัติศาสตร์จึงร่วมกับอำเภอแม่สะเรียงเรื่อยมา อำเภอสบเมย คำว่า สบเมย เป็นชื่อตำบลหนึ่งของอำเภอแม่สะเรียงในอดีต ซึ่งอำเภอแม่สะเรียง เดิมชื่อ “เมืองยวม” หรือ “ยวมใต้” เริ่มปรากฏในแผนที่ราวปี พ.ศ. 1998

          จากหลักฐานพงศาวดารโยนก เมืองยวมใต้มีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านตั้งแต่ พ.ศ. 1997 เรียกชื่อว่า “เมืองยวมตะวันตกเชียงใหม่” ในปี พ.ศ. 2332 แม่สะเรียงเกือบเป็นเมืองร้าง ซึ่งในใบลานหนังสือล้านนากล่าวว่า ขณะนั้นมีบ้านอยู่ประมาณ 200 หลังคาเรือน ใน 8 หมู่บ้าน เฉพาะในตัวเมืองมีคนประมาณ 10-12 ครัวเรือนเท่านั้น เนื่องจากถูกพวกยางแดงรบกวน ปล้นสะดมเป็นประจำ ทางการในสมัยนั้นต้องนำลูกวัวไปแลกตัวเชลย คือ วัว 7 ตัว แลกผู้ชายคนหนึ่ง ใช้วัว 8-10 ตัว แลกผู้หญิงคนหนึ่ง (สินค้าขณะนั้นมีเพียง วัวดำ ลูกน้ำ ดีบุก ครั่ง) พ.ศ. 2443 ทางราชการเปลี่ยนฐานะจากเมืองบริเวณเชียงใหม่ตะวันตก ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2448 ได้ยกฐานะขึ้นมาเป็นอำเภอ เรียกชื่อว่า “อำเภอเมืองยวม” โดยอาศัยชื่อลำน้ำยวม 

          ต่อมาเปลี่ยนเป็น “อำเภอยวม” จนถึงปี พ.ศ.2467 ทางราชการเห็นว่า ชื่อไปพ้องกับอำเภอขุนยวม จึงเปลี่ยนเป็นอำเภอแม่สะเรียง ตามชื่อของแม่น้ำที่ไหลผ่านตัวอำเภอ คือ แม่น้ำแม่สะเรียง 

          สบเมย ได้รับการยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2527 โดยแยกการปกครองจากอำเภอแม่สะเรียง โดยมีพื้นที่การปกครองอยู่ 3 ตำบลคือ ตำบลสบเมย ตำบลแม่คะตวนและตำบลกองก๋อย บนเนื้อที่ 1,177 ตารางกิโลเมตร แล้วต่อมาได้รับการอนุมัติตำบลอีก 3 ตำบล คือ ตำบลแม่สวด ตำบลแม่สามแลบ (แยกจากตำบลสบเมย) ตำบลป่าโปง (แยกจากตำบลกองก๋อย) แล้วในปี 2536 ได้มีประกาศราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2536 เล่มที่ 110 ตอนที่ 179 ยกฐานะจากกิ่งอำเภอมาเป็นอำเภอแล้วมีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2536 เป็นต้นมา

ที่ตั้งและอาณาเขต

          อำเภอสบเมยตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศไทยห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 964 กิโลเมตร โดยมีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่อื่นๆ ดังต่อไปนี้

          ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
          ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อำเภออมก๋อยและอำเภอฮอดจังหวัดเชียงใหม่
          ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดผาปูน รัฐกอทูเล (กะเหรี่ยง) ของประเทศเมียนมาร์ (พม่า)
          ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอท่าสองยางจังหวัดตาก

ลักษณะทางภูมิศาสตร์

          อำเภอสบเมยเป็นอำเภอเล็กๆ ทางตอนใต้ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีระยะห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 190 กิโลเมตร สภาพทั่วไปของอำเภอสบเมยเป็นภูเขาสลับซับซ้อน คิดเป็นร้อยละ 90 ของพื้นที่หรือประมาณ 1,059 ตารางกิโลเมตร และมีพื้นที่ราบคิดเป็นร้อยละ 10 ของพื้นที่ หรือประมาณ 118 ตารางกิโลเมตร โดยมีแม่น้ำหลายสายที่สำคัญได้แก่ แม่น้ำยวม แม่น้ำเงา แม่น้ำเมย และแม่น้ำสาละวิน

 

การเมืองการปกครอง

          อำเภอสบเมย แบ่งเขตการปกครองท้องที่ออกเป็น 6 ตำบล 58 หมู่บ้าน ดังต่อไปนี้…

++ 1. ตำบลแม่คะตวน มีหมู่บ้านจำนวน 8 หมู่บ้าน ได้แก่…

          หมู่ที่ 1 บ้านผาผ่า                                                        
          หมู่ที่ 2 บ้านไหม้
          หมู่ที่ 3 บ้านแม่เกาะ                                                   
          หมู่ที่ 4 บ้านแม่ออกใต้
          หมู่ที่ 5 บ้านคอนผึ้ง                                                    
          หมู่ที่ 6 บ้านแม่ออกกลาง
          หมู่ที่ 7 บ้านแพะ                                                         
          หมู่ที่ 8 บ้านอุมดาเหนือ

++ 2. ตำบลสบเมย มีหมู่บ้านจำนวน 12 หมู่บ้าน ได้แก่…

          หมู่ที่ 1 บ้านเลโค๊ะ                                                      
          หมู่ที่ 2 บ้านแม่คะตวน
          หมู่ที่ 3 บ้านขุนแม่คะตวน                                        
          หมู่ที่ 4 บ้านห้วยกองมูล
          หมู่ที่ 5 บ้านแม่ทะลุ                                                   
          หมู่ที่ 6 บ้านซื่อมื่อ
          หมู่ที่ 7 บ้านแม่ลามาหลวง                                       
          หมู่ที่ 8 บ้านทียาเพอ
          หมู่ที่ 9 บ้าน้ำออกฮู                                                     
          หมู่ที่ 10 บ้านปู่แก้ว
          หมู่ที่ 11 บ้านทีฮือลือ                                                 
          หมู่ที่ 12 บ้านกลอโค๊ะ

++ 3. ตำบลกองก๋อย มีหมู่บ้านจำนวน 9 หมู่บ้าน ได้แก่…

          หมู่ที่ 1 บ้านกองก๋อย                                                  
          หมู่ที่ 2 บ้านผาเยอร์
          หมู่ที่ 3 บ้านแม่แพหลวง                                           
          หมู่ที่ 4 บ้านห้วยเกี๋ยง
          หมู่ที่ 5 บ้านแม่แพน้อย                                             
          หมู่ที่ 6 บ้านห้วยวอก
          หมู่ที่ 7 บ้านท่าฝาย                                                     
          หมู่ที่ 8 บ้านทะโลงเหนือ
          หมู่ที่ 9 บ้านกองต๊อก

++ 4. ตำบลแม่สวด มีหมู่บ้านจำนวน 12 หมู่บ้าน ได้แก่…

          หมู่ที่ 1 บ้านแม่สวด                                                    
          หมู่ที่ 2 บ้านห้วยม่วง
          หมู่ที่ 3 บ้านแม่เลาะ                                                   
          หมู่ที่ 4 บ้านแม่หลุย
          หมู่ที่ 5 บ้านอุมโล๊ะ                                                    
          หมู่ที่ 6 บ้านแม่แฮด
          หมู่ที่ 7 บ้านแม่หาด                                                    
          หมู่ที่ 8 บ้านแม่สวดใหม่
          หมู่ที่ 9 บ้านนาดอย                                                    
          หมู่ที่ 10 บ้านสบโขง
          หมู่ที่ 11 บ้านแม่แพใหญ่                                          
          หมู่ที่ 12 บ้านกอบิคี

++ 5. ตำบลป่าโปง มีหมู่บ้านจำนวน 7 หมู่บ้าน ได้แก่…

          หมู่ที่ 1 บ้านป่าโปง                                                     
          หมู่ที่ 2 บ้านกองแปเหนือ
          หมู่ที่ 3 บ้านต้นงิ้วเหนือ                                            
          หมู่ที่ 4 บ้านห้วยหมูเหนือ
          หมู่ที่ 5 บ้านห้วยเหี๊ยะ                                                
          หมู่ที่ 6 บ้านแม่ลายจอลา
          หมู่ที่ 7 บ้านห้วยกุ้ง

++ 6. ตำบลแม่สามแลบ มีหมู่บ้านจำนวน 10 หมู่บ้าน ได้แก่…

          หมู่ที่ 1 บ้านแม่สามแลบ                                           
          หมู่ที่ 2 บ้านแม่ตอละ
          หมู่ที่ 3 บ้านสิวาเดอ                                                   
          หมู่ที่ 4 บ้านสบเมย
          หมู่ที่ 5 บ้านบุญเลอ                                                    
          หมู่ที่ 6 บ้านปู่ทา
          หมู่ที่ 7 บ้านแม่ลามาน้อย                                          
          หมู่ที่ 8 บ้านห้วยกระต่าย
          หมู่ที่ 9 บ้านกอมูเดอ                                                  
          หมู่ที่ 10 บ้านห้วยแห้ง

ลักษณะภูมิอากาศ

          เนื่องจากพื้นที่ทั่วไปของอำเภอสบเมย เป็นภูเขา ป่าไม้ และมีแม่น้ำ จึงทำให้อากาสค่อนข้างหนาวเย็น ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 35 องศาเซลเซียล ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม พื้นที่ในด้านทิศตะวันตก จะมีฝนชุกกว่าในส่วนอื่น ฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน รือเดือนมกราคม ฤดูหนาวอากาศหนาวในเวลากลางคืน

ประชากร              

          อำเภอสบเมยแบ่งออกเป็น 6 ตำบล 58 หมู่บ้าน โดยการปกครองในรูปแบบขององค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง 6 ตำบล ได้แก่ ตำบลแม่สวด ตำบลสบเมย ตำบลแม่สามแลบ ตำบลกองก๋อย ตำบลแม่คะตวน และตำบลป่าโปง

          ประชากรของอำเภอสบเมยมีด้วยกัน 2 เผ่าใหญ่ๆ คือ ชาวไทยภูเขา (กะเหรี่ยง) คิดเป็นร้อยละ 60 และคนพื้นราบคิดเป็นร้อยละ 40 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ประมาณ 4 หมื่นกว่าคน

สถานที่ท่องเที่ยว

          อำเภอสบเมย เป็นท้องที่ที่เต็มไปด้วยป่าเขา แม่น้ำ และน้ำตก  จึงทำให้มีธรรมชาติงดงาม และมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งด้วยกันคือ…

          1. ล่องเรือบ้านแม่สามแลบถึงบ้านสบเมย บ้านแม่สามแลบ หมู่ที่ 1 และบ้านสบเมยหมู่ที่  4 ตำบลแม่สามแลบ เป็นหมู่บ้านชายแดนไทย – สหภาพเมียนมาร์ ห่างจากที่ว่าการอำเภอสบเมยประมาณ 62 กิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำสาละวิน สามารถร่องเรือชมทิวทัศน์ อันวิจิตรงดงาม เช่น หาดทรายสองฝั่งไทย – สหภาพเมียนมาร์ ซึ่งสามารถล่องเรือชมทิวทัศน์ได้เป็นระยะทางยาวถึง 45 กิโลเมตร

          2. อุทยานแห่งชาติแม่น้ำเงา แหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นสวยงามด้วยพืชพรรณไม้และสัตว์ป่าที่ยังคงอนุรักษ์ไว้  มีป่าเขาน้ำตกให้เที่ยวชมมากมายและสามารถเดินป่าศึกษาธรรมชาติที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงได้อย่างคุ้มค่า

          3. ล่องแก่งแม่น้ำเงา โดยเริ่มที่บ้านสบเงา อันเป็นบ้านบริวารของบ้านแม่สวด หมู่ที่ 8 ตำบลแม่สวด เป็นจุดที่แม่น้ำยวงและแม่น้ำเงาไหลมาบรรจบกัน เป็นแม่น้ำที่ใสสะอาด สามารถมองเห็นภาพที่สวยงสมได้ เช่น โขดหิน และฝูงปลา โดยเฉพาะในฤดูแล้ง นอกจากนี้ยังมีเกาะแก่งที่สวยงาม เส้นทางของลำน้ำคดเคี้ยว เหมาะกับการผจญภัย ตกปลาและตั้งแคมป์ มีระยะทางห่างจากที่ว่าการอำเภอสบเมยประมาณ 15 กิโลเมตร

          4. น้ำตกแม่วะหลวง สูงประมาณ 35 เมตร อยู่ห่างทางหลวงหมายเลข  105  ประมาณ 4  กม. ท้องที่บ้านแม่วะหลวง ต.แม่วะ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก มีน้ำไหลตลอดปี

          5. น้ำตกโอโละโกร เกิดจากลำห้วยโอโละโกร อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของพื้นที่ เป็นน้ำตกที่สูงและสวยงาม มีความสูงไม่น้อยกว่า 150 เมตร มีน้ำตกตลอดทั้งปีแสดงให้เห็นสภาพป่าที่ยังอุดมบูรณ์  ยังไม่มีเส้นทางคมนาคมที่เข้าไปถึงน้ำตกแห่งนี้ นอกจากเดินเท้าใช้เวลาในการเดินทางไป-กลับ รวม 1 คืน 2 วัน สามารถท่องเที่ยวต่อจากดอยปุยหลวงได้ใช้เวลา 3 คืน 4 วัน

          6. น้ำตกบูรณะประภา เกิดจากลำห้วยทีเปอโกร บ้านแม่เหว่ยโพคี อยู่ใกล้เส้นทางอำเภอแม่สอด – แม่สะเรียง เส้นทางเดินเท้าจากถนนเข้าไปประมาณ 500 เมตร

          7. น้ำตกแม่แจ อยู่ห่างจากทางหลวงหมายเลข 105 ประมาณ 1 กม. ท้องที่บ้านแม่ลาคี ต.แม่วะหลวง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

          8. น้ำตกตากลม เป็นลักษณะเป็นห้องสามารถยืนอาบน้ำได้ มีความสูง ประมาณ 18 เมตร และมีลมพัดจากบริเวณน้ำตกตลอดเวลา สามารถเข้าไปท่องเที่ยวไดโยใช้เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ด่านตรวจ-น้ำตกตากลมประมาณ 1.8 กิโลเมตร  

          9. จุดชมวิวดอยปุย (คุยหลวง) อยู่บนสันเขาดอยปุยหลวง ปัจจุบันยังไม่มีเส้นทางคมนาคมเข้าไปถึงนอกจากการเดินเท้าใช้เวลาไป-กลับ รวม 2 คืน 3 วัน จุดชมวิวทิวทัศน์แห่งนี้มีความสูงระดับ 1,500 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางสันดอยจะทอดความยาวตลอดแนวไปถึงเขตอำเภอออมก๋อย จ.เชียงใหม่ ในฤดูหนาวจะมีคลื่นทะเลหมอกและมีลมพัดเย็นสบายในฤดูร้อนเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบเดินป่าแบบผจญภัยและกางเต็นท์พักแรม

          10. น้ำตกตะผิโกร เกิดจากลำห้วยมะกอกอยู่ในพื้นที่บ้านแม่สวดใหม่ หมู่ที่ 8 ต. แม่สวด อ.สบเมย คำว่าตะผิโกร เป็นภาษากะเหรี่ยงซึ่งแปลเป็นไทยว่า ห้วยมะกอก มีทั้งหมด 4 ชั้น ห่างจากทางหลวงหมายเลข 105 (แม่สะเรียง-แม่สอด)กม.ที่ 193-194 ชั้นที่ 1 ระยะทาง 250 เมตร สูง 8 เมตร ชั้นที่ 2 ระยะทาง 300 เมตร สูง 20 เมตร ชั้นที่3 ระยะทาง 640 เมตรสูง 10 เมตร ชั้นที่ 4 ระยะทาง 700 เมตร สูง 25 เมตร

          11. ออบแม่หลุย เป็นโตรกเขาหน้าผาสูงชันกลางลำห้วยแม่หลุย ระหว่างบ้านแม่หลุยหลวงแม่หลุยบน แบ่งเป็น 2 ช่วง ความยาวของออบ ประมาณ 150 เมตร และ 300 เมตร ข้างหน้าผาบางจุกพบหินย้อยสีแดงและสีส้ม ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “เลือดผา” เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับน้ำตกแม่หลุย การเดินทางไปกลับจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เงาใช้เวลา 1 วัน

          12. ถ้ำปลา มีลักษณะคล้ายกับถ้ำปลาที่อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-ผาเสื่อ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถ้ำปลาที่พบอยู่ใกล้กับแม่น้ำเงาทางเหนือของบ้านนาดอย ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของบ้านสบแม่แพ ภายในถ้ำจะมีปลาอยู่เป็นจำนวนมากแล้วเป็นชนิดเดียวกันกับที่อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-ผาเสื่อ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ชาวบ้านเกิดความเชื่อกันว่าเป็นปลาศักด์สิทธ์หากใครนำมาทำอาหารรับประทานจะเกิดภัยพิบัติ

          13. ครูบาผาผ่า … ประวัติของพระครูปัญญาวรวัตร (ครูบาผาผ่า)

          ครูบาผาผ่า เป็น พระสุปฏิปันโน ผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตาบารมี มีศีลจารวัตรยึดมั่นในสัมมาปฏิบัติ ถือมังสะวิรัติ เคร่งครัดในพระกัมมัฏฐาน มีสมาธิแก่กล้ามีเจโตปริญาณสามารถหยั่งรู้จิตใจของคนอื่น และเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ ครูบาผาผ่า นามเดิม ชื่อ สวน คัมภีระ เกิดที่หมู่บ้านผาผ่า ตำบลแม่คะตวน อำเภอแม่สะเรียง (ในขณะนั้น) จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม 2432 ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 2 ปีฉลู จุลศักราช 1251 บิดาชื่อนายปั๋น มารดาชื่อนางธิ มีพี่น้อง 4 คนเด็กชายสวน

          เป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่าย มีเมตตาธรรมไม่รับประทานเนื้อสัตว์ และไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เมื่อถึงวัยศึกษาเล่าเรียน มารดาได้นำไปฝากเป็นศิษย์ครูบาเต๋จ๊ะ เจ้าอาวาสวัดผาผ่า เมื่ออายุได้ 15 ปี ท่านได้เล่าเรียนหนังสือพื้นเมืองลานนาไทย ท่องสวดมนต์เจ็ดตำนานได้แคล่วคล่อง พออายุได้ 17 ปี จึงได้รับการบรรพชาเป็นสามเณร และได้ศึกษาคัมภีร์มูลกัจจายณ์พระสูตรและพุทธมนต์คาถาและพระกัมมัฏฐาน จนมีความรู้ความสามารถและมีจิตสมาธิแกกล้าแต่เยาว์วัย จนอายุล่วงได้ 21 ปี จึงได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดผาผ่า ได้นามฉายาว่า “ปัญญาวโร” แปลว่า ผู้มีปัญญาอันประเสริฐ เมื่ออุปสมบทแล้วก็ได้เป็นเจ้าอาวาส วัดผาผ่าสืบแทนครูบาเต๋จ๊ะ มาจนสิ้นอายุขัย

          แต่เดิมชาวบ้านแม่สะเรียงจำนวนมาก ได้หลั่งไหลกันไปทำบุญขอพรกับท่านพระครูบาศรีวิชัยที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งต้องเดินเท้าแรมคืน ครูบาศรีวิชัยเห็นความลำบากของพี่น้องชาวพุทธแม่สะเรียง จึงได้บอกว่าต่อไปไม่จำเป็นต้องมาทำบุญขอพรอาตมาถึงที่นี่ก็ได้ มีอะไรก็ให้ไปหา “ตุ๊น้อง” วัดดอยล้อมที่เมืองยวมก็ได้ คำว่าตุ๊น้อง ก็หมายถึงครูบาผาผ่านั่นเอง นับแต่นั้นมาชาวแม่สะเรียงก็พากันไปทำบุญขอพรจากท่านครูบาผาผ่ามากขึ้น ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาท่านได้มรณภาพเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2504 รวมอายุได้ 72 ปี พระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2505

          ในงานพระราชทานเพลิงศพ 4 วัน 5 คืน ได้เกิดปรากฏการณ์มหัศจรรย์ขึ้นท่ามกลางพระสงค์ และประชาชนนับหมื่น กล่าวคือวันนั้น นอกจากจะเกิดสุริคลาสแล้ว ได้เกิดเป็นรูปวงกลมคล้ายดวงจันทร์-ดวงอาทิตย์เต็มดวงอยู่กลางจีวร ซึ่งใช้ขึงเป็นผ้าเพดานที่เผาศพ นับเป็นปาฏิหาริย์ครั้งสุดท้ายของท่านครูบาผาผ่าที่แสดงต่อประชาชน สร้างความตื่นตะลึงพรึงเพริดแก่พระสงฆ์และประชาชนโดยทั่วกัน

การคมนาคม

          เส้นทางสู่อำเภอสบเมย ในอดีตเป็นทางชักลากไม้  ปัจจุบันมีเส้นทางคมนาคมติดต่อกับอำเภอต่างๆ  ดังนี้  …

          ++ อำเภอสบเมยกับอำเภอแม่สะเรียง ระยะทาง 26 กิโลเมตร ทางหลวงหมายเลข 105 เป็นทางลาดยาง

          ++ อำเภอสบเมยกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระยะทาง 190 กิโลเมตร ทางหลวงหมายเลข 105 และ 108 เป็นทางลาดยางตลอดเส้นทาง

          ++ อำเภอสบเมยกับอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ระยะทาง 205 กิโลเมตรทางหลวงหมายเลข 105 เป็นทางลาดยางตลอดเส้นทาง

การประกอบอาชีพ

          ชาวอำเภอสบเมย มีอาชีพทางการเกษตรเป็นอาชีพหลักและมีอุตสาหกรรมขนาดเล็กหรืออุตสาหกรรมในครัวเรือน และประกอบอาชีพค้าขายรายย่อยบ้างเล็กน้อย ดังนี้…

          1. การเกษตรกรรม พื้นที่เกษตรกรรมส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำยวมและเนินเขาทั่วไป ลูกข้าวทั้งนาปีและนาปรัง หอม กระเทียม ถั่วเหลือง และถั่วลิสง

          2. การอุตสาหกรรม เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนขนาดเล็ก เช่น โรงสีข้าว

          3. การเลี้ยงสัตว์ ส่วนใหญ่จะเลี้ยงไว้ใช้แรงงานและบริโภค เช่น ไก่ หมู วัว กระบือ

          4. การหัตถกรรม ส่วนใหญ่ราษฎรจะผลิตไว้ใช้สอยและจำหน่ายเป็นบางส่วน เช่น ผ้าทอพื้นเมือง การจักรสาน

การสื่อสาร

          อำเภอสบเมย ปัจจุบันยังเป็นพื้นที่ทุรกันดาร การสื่อสารไม่ค่อยสะดวก วิทยุ-โทรทัศน์รับสัญญาณได้เพียงบางจุดและบางสถานี ส่วนโทรศัพท์มีการให้บริการโทรศัพท์สาธารณะประมาณ 25 แห่ง

ขนบธรรมเนียมประเพณี

          อำเภอสบเมย มีประชากรที่เป็นชาวเขาจำนวนมาก และมีคนพื้นเมืองเพียงบางส่วน วัฒนธรรมความเป็นอยู่จึงเรียบง่าย ใช้ภาษพื้นเมืองและภาษากะเหรี่ยงเป็นภาษาในการสื่อสาร เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ ภาษา การกินอยู่ การประกอบอาชีพ การทำบุญ ประเพณีดำหัวปีใหม่ ตานห๋วยสลาก งานปอย วัฒนธรรมบนพื้นที่สูงของชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ เป็นต้น

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
maehongson.go.th
vrtravelmaehongson.com
cddweb.cdd.go.th
khonluifon.com
thailandhub.net

Feb 11

          “ปางอุ๋ง” หรือ “หมู่บ้านรวมไทย” เป็นหมู่บ้านภายในโครงการพระราชดำริปางตอง 2 ในพระบรมราชินูปถัมป์ ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ โดยคำว่า ปาง หมายถึง ที่พักของคนตัดไม้ และ อุ๋ง หมายถึง ที่ลุ่มต่ำคล้ายกระทะใบใหญ่ มีน้ำขังเฉอะแฉะ

          มีลักษณะพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นแนวสนที่ปลูกเรียงรายอย่างกลมกลืน ยามพระอาทิตย์ขึ้นจะสะท้อนผืนน้ำเป็นลำแสงสีทองผ่านแนวสนเขียวขจี งดงามจนถือได้ว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในเมืองไทย เปรียบได้กับนิวซีแลนด์เมืองไทย ริมอ่างเก็บน้ำมีแนวสนที่ปลูกเรียงรายอย่างกลมกลืนและสวยงามมากๆ 

          “ปางอุ๋ง” อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง จุดเด่นของที่นี่คือ… เวิ้งน้ำสายหมอกและใบสน… ชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ส่องแสงสะท้อนผืนน้ำเป็นลำแสงสีทองผ่านแนวสนเขียวขจี ท่ามกลางบึงน้ำขนาดใหญ่และสายหมอก พร้อมอากาศที่หนาวเย็น (จับใจ) เรียกว่างดงามจนถือได้ว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในเมืองไทย แถมยังมีอากาศที่หนาวเย็น หลายคนบอกว่าที่นี่คือสวิสเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย แต่บางคนบอกว่าที่นี่คือนิวซีแลนด์ (ว้าว…) 

การเดินทางไป “ปางอุ๋ง”   

          ++ แม่ฮ่องสอน – ปางอุ๋ง  

          เดินทางออกจากเมืองแม่ฮ่องสอนไปตามเส้นทาง แม่ฮ่องสอน – ปางมะผ้า - ปาย ประมาณ 10 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกว่าเลี้ยวซ้ายไป บ้านรวมไทย น้ำตกผาเสื่อ พระตำหนักปางตอง ซึ่งอยู่บนส้นทางเดียวกัน จากนั้นเดินทางขึ้นไปเรื่อยๆ ผ่านน้ำตกผาเสื่อ ผ่านพระตำหนักปางตอง ให้สังเกตุทางแยกซ้ายมือนิดนึงนะคะ เพราะจะมีป้ายเล็กๆ เขียนบอกว่าไป “บ้านรวมไทย” ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปเรื่อยๆ เลยค่ะ จนถึงหมู่บ้านห้วยมะเขือส้ม ซึ่งจะมีทางแยกรูปตัว T เลี้ยวขวาตรงแยก ตรงไปเรื่อยๆ ก็จะถึง “บ้านรวมไทย” หรือ “ปางอุ๋ง” นั่นเอง (ง่ายกว่าที่คิดใช่มั้ยล่า…)             

          กรณีที่ไม่ได้ขับรถไปเอง นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถทัวร์จาก กทม. - แม่ฮ่องสอน จากนั้นก็ไปที่หน้าตลาด ถามหาคิวรถปางอุ๋ง (คนพื้นที่รู้จักกันทุกคนค่ะ) ซึ่งที่นั่นจะมีรถสองแถวประจำทางขึ้นไปยังปางอุ๋ง (บ้านรวมไทย) ไว้คอยให้บริการค่ะ 

          - เที่ยวไป 9.00 น. และ 14.00 น. 

          - เที่ยวกลับ 6.00 น. และ 11.00 น.   

          จากบ้านรวมไทยก็ไปต่อที่ “บ้านรักไทย” อีก 6 กิโลเมตร ที่นี่เป็นแหล่งขายใบชาและผลไม้แช่อิ่มขนาดใหญ่ รับรองมีให้เลือกกันอย่างจุใจแน่นอน (ว้าว… อย่างนี้ไม่ไปไม่ได้แล้ว…)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
 
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Oaddybeing

Feb 03

ปาย

          “ลำปายสายธาร นมัสการหลวงพ่ออุ่นเมือง ลือเลื่องกระเทียมพันธุ์ดี ป่าเขียวขจีรอบทิศ วิถีชีวิตสงบร่มเย็น” นี่คือคำขวัญประจำอำเภอปาย

          อำเภอขนาดเล็กทางตอนเหนือของจังหวัดแม่ฮ่องสอน หรือเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวชมความงามตามธรรมชาติ มีลักษณะเป็นที่ราบแอ่งกระทะ ล้อมรอบด้วยภูเขา มีแม่น้ำหลายสาย คือ น้ำปาย น้ำของ และน้ำแม่ปิงน้อย อีกทั้งมีลำห้วยอีกหลายสาย คือ ห้วยแม่เมือง ห้วยแม่เย็น และห้วยแม่ฮี้

          อำเภอปายตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้…

          ++ ทิศเหนือ ติดต่อกับเมืองปั่น จังหวัดตองยี รัฐฉาน (ประเทศพม่า) 
          ++ ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเวียงแหง อำเภอเชียงดาว และอำเภอแม่แตง (จังหวัดเชียงใหม่) 
          ++ ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอสะเมิงและอำเภอแม่แจ่ม (จังหวัดเชียงใหม่) 
          ++ ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนและอำเภอปางมะผ้า 

          เขตการปกครองย่อยออกเป็น 7 ตำบล 66 หมู่บ้าน ได้แก่…

          1. เวียงใต้  (Wiang Tai)  8 หมู่บ้าน 
          2. เวียงเหนือ  (Wiang Nuea)  10 หมู่บ้าน 
          3. แม่นาเติง  (Mae Na Toeng)  14 หมู่บ้าน 
          4. แม่ฮี้  (Mae Hi)  6 หมู่บ้าน 
          5. ทุ่งยาว  (Thung Yao)  12 หมู่บ้าน 
          6. เมืองแปง  (Mueang Paeng)  9 หมู่บ้าน 
          7. โป่งสา  (Pong Sa)  7 หมู่บ้าน

ปาย


ประวัติศาสตร์เมืองปาย

 
          พระธาตุแม่เย็นอำเภอปายเป็นเมืองเก่าแก่ ประชากรที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในดินแดนแห่งนี้มาแต่เดิมคือชาวพ่ายหรือไปร ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใช้ภาษาตระกูลออสโตร-เอเชียติก สาขาว้า-เรียง ดังมีร่องรอยหลักฐานซากวิหารและเจดีย์กระจายอยู่ทั่วไปทั้งบนภูเขาสูง ที่ดอนเชิงเขา บริเวณพื้นราบลุ่มน้ำปาย บางแห่งก่อสร้างด้วยหิน เช่น ในผืนป่าบริเวณใกล้น้ำตกเอิกเกอเต่อ ซึ่งเป็นต้นน้ำแม่ปิงน้อย บางแห่งมีการขุดคูเป็นร่องลึกบนภูเขาสูงชัน มีเจดีย์บนยอดเขา

          มีหลักฐานว่าเจ้าเมืองคนแรกคือ ขุนส่างปาย ในสมัยพระเจ้าโหตรประเทศ พระราชาธิบดีเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ส่งเจ้าแก้วเมืองออกสำรวจชายแดน ได้พบว่าภูมิประเทศน่าสนใจ จึงแนะนำให้ขุนส่างปายย้ายเมืองมาตั้งฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปายเพราะเป็นที่ราบกว้างขวาง ผู้คนจึงเรียกเมืองใหม่ว่า “เวียงใต้” ส่วนเมืองเก่าเรียกว่า “เวียงเหนือ”

          ทั้งนี้ เมืองปายเป็นเมืองที่มีคนตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ในสมัยประวัติศาสตร์บริเวณที่ตั้งเมืองปายเป็นเมืองสำคัญของล้านนาในสมัยราชวงศ์มังรายซึ่งมีเมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง ต่อมาเมืองปายได้ร้างไปพร้อมกับเมืองเชียงใหม่ ประมาณปี พ.ศ. 2318-2338 เมืองปายได้ฟื้นฟูเป็นหมู่บ้านและพัฒนาเป็นอำเภอปาย โดยมีผู้คนหลายกลุ่มชาติพันธุ์อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ ได้แก่ คนไทยวน (คนเมือง) ชาวไทใหญ่ ชาวปกาเกอญอ (กะเหรี่ยง) และชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ ทั้งนี้เนื่องจากเมืองปายตั้งอยู่ในบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำไหลผ่านหลายสาย เหมาะสำหรับการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปัจจุบันเมืองปายเป็นเมืองชุมทางที่สำคัญเมืองหนึ่งบนเส้นทางระหว่างเชียงใหม่กับแม่ฮ่องสอน

          สมัยก่อนประวัติศาสตร์ อำเภอปายมีร่องรอยการอาศัยอยู่ของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และมีชุมชนโบราณที่ปรากฏชื่อในตำนานคัมภีร์ใบลานหลายเมือง และมีประวัติสืบต่อกันมานับร้อยปี ประกอบกับมีหลักฐานโบราณคดีปรากฏอยู่ในชุมชนโบราณดังกล่าวด้วย จากการศึกษาของพระครูปลัดกวีวัตน์ธนจรรย์ สุระมณี วัดเจดีย์หลวง อำเภอเมืองเชียงใหม่ มีรายงานการสำรวจว่าในเขตเมืองน้อย อำเภอปาย

ปาย

 

มีหลักฐานโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ดังนี้…

          ++ ถ้ำผีแมน บ้านห้วยหก ตำบลเวียงเหนือ อยู่ห่างจากบ้านห้วยหกไปทางทิศตะวันตกราว 1,500 เมตร พบซากกระดูกและระแทะคล้ายรางไม้ให้อาหารสัตว์หลงเหลืออยู่ บางส่วนถูกชาวบ้านเผาไปเกือบหมดแล้ว ถ้ำผีแมนซึ่งเป็นที่อยู่ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์นี้มีอยู่หลายแห่งในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน เช่น ถ้ำป่าคาน้ำฮู ตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ถ้ำน้ำลอด อำเภอปางมะผ้า พบหลักฐานของใช้ของคนถ้ำในยุคนั้นคือ กำไลแขนทำด้วยโลหะ หม้อดินลายเชือกทาบ ขวานหินขุด ระแทะไม้ ฯลฯ

          ++ ถ้ำดอยปุ๊กตั้ง อยู่ทางทิศใต้ของบ้านห้วยเฮี้ย ตำบลเวียงเหนือ ใช้เวลาเดินทางด้วยเท้าจากหมู่บ้านประมาณ 1 ชั่วโมง พบเครื่องใช้ของมนุษย์ถ้ำมีลักษณะเช่นเดียวกันกับที่พบในถ้ำผีแมนแห่งอื่นๆ

ชุมชนโบราณเมืองน้อย

          ชุมชนโบราณเมืองน้อยเป็นชุมชนที่พบหลักฐานทางด้านโบราณคดี หลักฐานตำนาน และศิลาจารึกที่สะท้อนให้เห็นว่าเมืองน้อยเป็นเมืองสำคัญในสมัยประวัติศาสตร์ราชวงศ์มังราย ตั้งอยู่ในเขตตำบลเวียงเหนือ ตำแหน่งละติจูดที่ 19 องศา 30 ลิปดา 58 พิลิปดาเหนือ และลองจิจูดที่ 98 องศา 30 ลิปดา 50 พิลิปดาตะวันออก ระยะทางประมาณ 27 กิโลเมตร จากอำเภอปายไปทางทิศเหนือ เมื่อสองร้อยปีเศษมานี้ เมืองน้อยมีสภาพเป็นเมืองร้าง 

          ปัจจุบันได้มีชนเผ่าปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง) เข้าไปจับจองอาศัยตั้งบ้านเรือนที่บ้านเมืองน้อย โดยมีชื่อใหม่หลายหมู่บ้าน คือ บ้านหัวฝาย บ้านห้วยงู บ้ายห้วยเฮี้ย บ้านห้วยหก บ้านกิ่วหน่อ และบ้านมะเขือคัน

          ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ได้กล่าวถึงเรื่องราวเมืองน้อยว่า ในรัชกาลของพระเจ้าติโลกราช (พระญาติโลกราชะ) ปกครองเชียงใหม่ พ.ศ. 1984-2030 พระองค์มีโอรสชื่อท้าวบุญเรืองหรือศรีบุญเรืองครองเมืองเชียงราย ต่อมาถูกแม่ท้าวหอมุกกล่าวโทษ จึงให้ท้าวบุญเรืองไปครองน้อย ในที่สุดก็ถูกฆ่าตาย เมื่อสิ้นสมัยพระเจ้าติโลกราชแล้ว โอรสของท้าวบุญเรือง ชื่อพญายอดเชียงราย (พระญายอดเชียงราย) ได้เสวยราชย์เป็นกษัตริย์เชียงใหม่ ปกครองได้ไม่นานถูกกล่าวหาว่า พระองค์ราชาภิเษกวันจันทร์ ถือว่าเป็นกาลกิณีแก่บ้านเมือง ไม่ประพฤติอยู่ในขนบธรรมเนียมของท้าวพระญา ไม่ประพฤติอยู่ในทศพิธราชธรรม และยังมีใจฝักใฝ่ไมตรีกับฮ่อ เสนาอำมาตย์จึงได้ล้มราชบัลลังก์และได้อัญเชิญให้ไปครองเมืองน้อย 

          ในปี พ.ศ. 2038 พญายอดเชียงรายประทับอยู่เมืองน้อยได้ 10 ปี ก็เสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2048 เมื่อพระชนมายุได้ 50 พรรษา พญาเมืองแก้ว (กษัตริย์เมืองเชียงใหม่และราชโอรสของพญายอดเชียงราย) ได้เสด็จมาถวายพระเพลิงพระศพของพญายอดเชียงรายที่เมืองน้อย และสร้างอุโบสถครอบ

          ครั้นพญาเมืองแก้วเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2068 เสนาอำมาตย์ได้อัญเชิญพระอนุชาจากเมืองน้อยให้มาครองราชย์เชียงใหม่และราชาภิเษกเป็นพระเมืองเกษเกล้า (พระญาเมืองเกส) ในปี พ.ศ. 2069 พระองค์ครองราชย์จนถึง พ.ศ. 2081 (พระเมืองเกษเกล้าครองราชย์เมืองเชียงใหม่ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2068-2081 ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2086-2088) เสนาอำมาตย์ไม่ชอบใจได้ปลดพระองค์ออกจากราชบัลลังก์ และอัญเชิญท้าวซายคำราชโอรสให้ครองราชย์แทนในปี พ.ศ. 2081 ท้าวซายคำประพฤติตนไม่อยู่ในทศพิธราชธรรม เสนาอำมาตย์ได้ลอบปลงพระชนม์ในปี พ.ศ. 2086 และได้อัญเชิญพระเมืองเกษเกล้าจากเมืองน้อยมาครองราชย์ในเมืองเชียงใหม่เป็นครั้งที่ 2

          บ้านเมืองน้อยมีโบราณสถานขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านเรียกว่า “วัดเจดีย์หลวง” ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ มีแนวกำแพงกำหนดเขตพุทธาวาสขนาด 80 x 100 x 1 เมตร ขนาดชุกชีวิหาร ฐานชุกชีอุโบสถขนาด 4 x 8.50 เมตร (สันนิษฐานว่าเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพของพญายอดเชียงราย) ซุ้มประตูโขงด้านทิศตะวันออก เจดีย์ขนาด 11 x 11 x 17 เป็นเจดีย์แบบเชิงช้อนย่อเหลี่ยม บางส่วนยังมีลวดลายการก่ออิฐทำมุม เจดีย์ถูกสร้างขึ้นจากอิทธิพลของศิลปะเชียงใหม่ในราวพุทธศตวรรษที่ 20-21 เจดีย์ถูกขุดค้นหาสมบัติลักษณะแบบผ่าอกไก่จากยอดถึงฐานต่ำสุด มีหลุมลึกประมาณ 1 เมตร ทำให้มองเห็นฐานรากของการก่อสร้างเจดีย์ที่ใช้ก้อนหินธรรมชาติขนาดใหญ่วางซ้อนกันเป็นฐานราก ก้อนอิฐที่ใช้ก่อสร้างมีขนาด 6 x 11 นิ้ว และในบริเวณวัดเจดีย์หลวงยังพบจารึกบนแผ่นอิฐ 2 ชิ้น

          จารึกหลักแรกพบในบริเวณด้านเหนือของโบราณสถาน จารึกด้วยอักษรธรรมล้านนา ภาษาไทยวน จำนวน 3 บรรทัด บรรทัดที่ 2-3 จารึกกลับหัว จากบรรทัดที่ 1 ความว่า “(1) เชแผง (2) เนอ เหย เหย (3) ฅนบ่หลายแล แล แล” ความในจารึกชิ้นนี้กล่าวถึงนายเชแผง ผู้เป็นหนึ่งในผู้ปั้นอิฐในการก่อสร้างศาสนสถานแห่งนี้ รำลึกถึงคนจำนวนไม่มากนักในการสร้างศาสนสถานแห่งนี้หรือในเมืองนี้

          จารึกหลักที่สองพบก่อร่วมกับอิฐก้อนอื่น ๆ ในบริเวณแนวกำแพงด้านใต้ของโบราณสถาน จารึกด้วยอักษรฝักขาม ภาษาไทยวน จำนวน 1 บรรทัด ส่วนครึ่งแรกหายไป ส่วนครึ่งหลังอ่านได้ใจความว่า “สิบกา (บ)” จารึกชิ้นนี้บอกผู้ปั้นว่าสิบกาบ คำว่า “สิบ” อาจหมายถึงตำแหน่งขุนนางล้านนาสมัยโบราณ เรียกว่า “นายสิบ” หรือเนื่องจากอิฐส่วนหน้าที่หักหายไปบริเวณกี่งกลางของก้อนอิฐนั้น คำว่า “สิบกา(บ)” อาจสันนิษฐานได้ว่า ข้อความเต็มด้านหน้าที่หายไปเป็น “(ห้า) สิบกาบ” หรือขุนนางระดับนายห้าสิบก็อาจเป็นได้

ชุมชนโบราณบ้านเวียงเหนือ

          นอกจากเมืองน้อยแล้ว เมืองปายยังพบชุมชนโบราณที่บ้านเวียงเหนือ ตำบลเวียงเหนือ ตั้งอยู่ในตำแหน่งละติจูด 19 องศา 22 ลิปดา 34 พิลิปดาเหนือ ลองจิจูด 98 องศา 27 ลิปดา 17 พิลิปดาตะวันออก

          เมืองปายมีหลักฐานตำนานกล่าวถึงประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ในสมัยพญาแสนภู (พระญาแสนพู) กษัตริย์เชียงใหม่ (พ.ศ. 1868-1877) สร้างเมืองเชียงแสน พ.ศ. 1871 ได้กำหนดให้เมืองปายเป็นเมืองขึ้นของพันนาทับป้องของเมืองเชียงแสนในสมัยนั้น (พงศาวดารโยนก หน้าตำนานเชียงแสนว่า เมืองจวาดน้อย/จวาดน้อย/สันนิษฐานว่าเป็นคำเดียวกับคำว่าชวาดน้อย)

          วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2028 ปีมะเส็ง สัปตศก (วันศุกร์ เดือน 8 ขึ้น 1 ค่ำ จุลศักราช 847 ปีดับใส้) เจ้าเถรสีลสังยมะให้หล่อพระพุทธรูปเวลารับประทานอาหารเช้า (ยามงาย)

          พ.ศ. 2032 มหาเทวี (พระมารดาพญายอดเชียงราย) พระราชทานที่ถวายพระมหาสามีสัทธัมมราชรัตนะ ก่อสร้างมหาเจดีย์ มหาวิหาร ผูกพัทธสีมาอุโบสถวัดศรีเกิด (ปัจจุบันชาวบ้านเรียกวัดหนองบัว (ร้าง) บ้านแม่ฮี้ ตำบลแม่ฮี้) พ.ศ. 2033 มีการถวายข้าทาสอุปัฏฐากพระมหาสามีสัทธัมมราชรัตนะ อุโบสถ มหาวิหาร มหาเจดีย์ พระพุทธรูป ห้ามไม่ให้ผู้ใดนำข้าทาสเหล่านี้ไปทำงานอื่นหากยังเคารพนับถือพญายอดเชียงรายอยู่ หากฝ่าฝืนขอให้ตกนรกอเวจี

          พ.ศ. 2044 ปีระกา ตรีศก เจ้าหมื่นพายสรีธัม(ม์)จินดา หล่อพระพุทธรูปหนักสี่หมื่นห้าพันทอง เดือนเจ็ด ไว้ในอุโบสถวัดดอนมูน เมืองพายแล (เมืองพาย/อำเภอปาย) (ปัจจุบันพระพุทธรูปนี้เก็บรักษาไว้ ณ วัดหมอแปง ตำบลแม่นาเติง ดร.ฮันส์ เพนธ์ คลังข้อมูลจารึกล้านนา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ่านฐานพระพุทธรูปวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 ความว่า “ในปีร้วงเร้า สักราชได้ ๘๖๓ ตัว เจ้าหมื่นพายสรีธัมจินดา ส้างรูปพระพุทธะเป็นเจ้าตนนี้ สี่หมื่นห้าพันทอง ในเดือนเจ็ด ไว้ในอุโบสถวัดดอนมูน เมืองพายแล” (ดร.ฮันส์ เพนธ์กล่าวว่า “หมื่น” เป็นตำแหน่งเจ้าเมืองพาย ตำแหน่งใหญ่เทียบเท่าเมืองเชียงแสน เมืองลำปาง และ 1 ทอง เท่ากับ 1.1 กรัม)

          พ.ศ. 2124 ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่กล่าวว่า พญาลำพูนมาครองเมืองปาย (พลาย)

          พ.ศ. 2283 ปรากฏชื่อวัดป่าบุก ตั้งอยู่ทิศใต้ของเมืองปาย (พลาย) ช้างตัวผู้ ดังความว่า “วัดป่าบุก ใต้เมืองพายช้างพู้” (คัมภีร์ ธัมมปาทะ (ธรรมบท) ปัจจุบันเก็บไว้ที่วัดดวงดี อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

          พ.ศ. 2330 เมืองปายรวมตัวกับเมืองพะเยา เมืองเชียงราย เมืองฝาง เมืองปุ และเมืองสาดขับไล่พม่า แต่เมืองพะเยาทำการไม่สำเร็จ

          พ.ศ. 2412 ขณะที่พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ดำรงตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ (พ.ศ. 2399-2413) ลงไปถวายบังคมกราบทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ กรุงเทพมหานครว่า ฟ้าโกหล่านเมืองหมอกใหม่ ยกกองทัพมาตีเมืองปายซึ่งสมัยนั้นมีฐานะเมืองขึ้นของเชียงใหม่ เจ้าราชภาคีไนย นายบุญทวงศ์ นายน้อยมหาอินท์รักษาการเมืองเชียงใหม่ ทำหนังสือถึงเจ้าเมืองลำปางและเมืองลำพูนให้มาช่วยเมืองปาย หลังจากนั้นเจ้านายและกองทัพจากสามเมือง ยกกำลังมาช่วยเมืองเชียงใหม่รบกับกองทัพของฟ้าโกหล่าน โดยมีนายบุญทวงศ์ นายน้อยมหาอินท์คุมกำลัง 1,000 คนจากเมืองลำปาง มีนายน้อยพิมพิสาร นายหนายไชยวงศ์คุมกำลัง 1,000 คนจากเมืองลำพูน มีนายอินทวิไชย นายน้อยมหายศคุมกำลัง 500 คน แต่ไม่สามารถป้องกันเมืองปายได้ กองทัพฟ้าโกหล่านจุดไฟเผาบ้านเรือนในเมืองปาย กวาดต้อนผู้คนและครอบครัวไปอยู่เมืองหมอกใหม่ กองทัพทั้งสามเมืองจึงได้ติดตามไปถึงฝั่งแม่น้ำสาละวิน แต่ตามไม่ทันจึงได้เดินทางกลับ

          พ.ศ. 2416 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า ตั้งแต่เมืองปายถูกฟ้าโกหล่านตีแตก จุดไฟเผาบ้านเมือง กวาดต้อนผู้คนไปเมืองหมอกใหม่แล้ว เมืองปายมีสภาพเป็นร้างบางส่วน ไม่มีผู้รักษาเมือง ทั้งยังถูกกองทัพเงี้ยวและลื้อกวาดต้อนครอบครัวไปอยู่เป็นประจำ จึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งพระยาชัยสงคราม (หนานธนันไชย บุตรราชวงศ์มหายศ) เป็นพระยาเกษตรรัตนอาณาจักรไปปกครองเมืองปาย ให้ยกเอาคนจากเมืองเชียงใหม่ไปตั้งเมืองปาย ให้เป็นภูมิลำเนาบ้านเรือนเหมือนเดิม เพื่อจะได้ป้องกันรักษาด่านเมืองเชียงใหม่

          พ.ศ. 2438 พระยาดำรงราชสิมา ผู้ว่าราชการเมืองปาย ถูกพวกแสนธานินทร์พิทักษ เจ้าเมืองแหงปล้น แล้วแสนธานินทร์พิทักษประกาศเกลี้ยกล่อมคนเมืองปั่น เมืองนาย เมืองเชียงตอง และเมืองพุมารบเมืองปาย โดยจะเก็บริบเอาทรัพย์สิ่งของให้หมด พระยาทรงสุรเดชพร้อมด้วยเจ้าเมืองเชียงใหม่ได้ประชุมเจ้านายหกตำแหน่งมอบหมายให้เจ้าอุตรโกศลออกไปปราบปราม

          วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2449 ส่างนันติ คนในบังคับอังกฤษ ใช้ดาบฟันส่างสุนันตาและเนอ่อง คนในบังคับสยามตาย ณ ตำบลกิ่วคอหมา แขวงเมืองปาย และนำทรัพย์สินไปมูลค่าประมาณ 1,000 บาท ศาลต่างประเทศ เมืองนครเชียงใหม่ได้ตัดสินประหารชีวิต (คำพิพากษาที่ 25/125 ศาลต่างประเทศ เมืองนครเชียงใหม่ วันที่ 24 สิงหาคม รัตนโกสินทร์ศก 125 อ้างในศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน 2535/คำพิพากษานี้เป็นคำพิพากษาในสมัยที่สยาม (ไทย) ตกอยู่ภายใต้เสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตตามสนธิสัญญาเบาว์ริง พ.ศ. 2398) และจำเลยได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์กรุงเทพ ได้ยกฟ้องอุทธรณ์ของจำเลย และให้ประหารชีวิตตามคำพิพากษาศาลล่าง (คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ 20 ปี ค.ศ. 1906 อ้างในศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน พ.ศ. 2536)

          พ.ศ. 2454 กระทรวงมหาดไทยได้ยกเลิกการปกครองเมือง เปลี่ยนฐานะเมืองปายเป็น อำเภอปาย และได้แต่งตั้งหลวงเจริญเขตเขลางค์นคร (สอน สุขุมมินทร์) เป็นนายอำเภอคนแรกระหว่างปี พ.ศ. 2454-2468

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ

          ++ น้ำตกหมอแปง 

          ซึ่งสามารถเดินทางโดยรถยนต์ได้สะดวก และมีชาวเขาเผ่ามูเซอแดงอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง บริเวณรอบน้ำตกมีป่ายางร่มรื่น อยู่ห่างจากตัวอำเภอปาย ประมาณ 8 - 9 กิโลเมตร

          ++ วัดกลาง 

          ภายในวัดมีพระเจดีย์องค์ใหญ่ ศิลปะไทย  ใหญ่แท้ ประดิษฐานอยู่กลางลานวัด มีเจดีย์ทรงมอญรายล้อมโดยรอบ ใต้เจดีย์ทำเป็นซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปประจำวัน เหนือฐานเจดีย์องค์ใหญ่ทำเป็นมณฑปยอดมงกุฎ

          ++ วัดพระธาตุศรีวิชัย

วัดน้ำฮู

          ++ วัดน้ำฮู 

          วัดน้ำฮู อันเป็นที่ประดิษฐานของเจ้าพ่ออุ่นเมือง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ทำด้วยโลหะทองสัมฤทธิ์ พระพุทธรูปองค์นี้พระเศียรกลวง ส่วนบนเปิดปิดได้และมีน้ำขังอยู่ เป็นพระพุทธรูปสิงห์สาม อายุประมาณ 500 ปี เมื่อ พ.ศ. 2515 มีพระธุดงค์จากจังหวัดเชียงใหม่ มานมัสการและสงสัยว่าข้างในพระจะมีน้ำ จึงเปิดดูพบว่ามีน้ำจริงๆ ข่าวนี้แพร่ออกไปก็มีผู้คนหลังไหลมาขอน้ำไปสักการะ พอน้ำในพระเศียรหมดก็จะมีไหลออกมาอีกในลักษณะซึมออกมาตลอดเวลา จึงมีผู้คนหลั่งไหลมาขอน้ำมนต์ไปสักการะอยู่เนืองๆ

          ++ หมู่บ้านกะเหรี่ยงแม่ปิง 

          หมู่บ้านกะเหรี่ยงแม่ปิงตั้งอยู่ห่างจากอำเภอปายประมาณ 13 กิโลเมตร นับเป็นหมู่บ้านที่ได้พัฒนามากที่สุดในบรรดาหมู่บ้านใกล้เคียง แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ยังคงรักษาเอกลักษณะและขนบธรรมเนียมประเพณีดังเดิมเอาไว้อย่างดี สำหรับการเดินทางนักท่องเที่ยวควรใช้ทางหลวง 1095 (ปาย-แม่มาลัย) ถึงแยกซ้ายบริเวณหลักกิโลที่ 86 เข้าถนนรพช. บ้านห้วยแก้ว บ้านแม่ปิง ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร สุดทางจะพบศูนย์ศิลปาชีพ

          ศูนย์ศิลปาชีพกะเหรียงแม่ปิงเปิดขึ้นเพื่อให้ชาวกระเหรี่ยงได้นำสินค้าทำมือออกมาขายเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวอีกทางหนึ่ง สินค้ายอดนิยมคือผ้าทอที่มีสีสนสดสวยและมีลวดลายที่สวยงาม โดยผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ใช้การย้อมสีแบบธรรมชาติและเครื่องทอแบบเก่าแก่ งานแต่ละชิ้นจึงออกมาประณีตและละเอียดอ่อน ถูกใจผู้มาชมจนต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับไปเป็นที่ระลึกอยู่เสมอ
 

วัดพระธาตุแม่เย็น 

          ++ เจดีย์พระธาตุแม่เย็น 

          อยู่ที่บ้านแม่เย็น ตำบลแม่ฮี้ ตามเส้นทางสายแม่ฮ่องสอน - ปาย ตั้งอยู่บนเนินสูง และเมื่อขึ้นไปนมัสการองค์พระธาตุแม่เย็น ก็จะมองเห็นทิวทัศน์ ของอำเภอปายโดยทั่วถึง เรียกว่าเป็นจุดสังเกตของผู้โดยสารเครื่องบิน ว่าเข้าเขตอำเภอปายแล้ว

          ++ โป่งน้ำร้อนท่าปาย 

          ที่อยู่ในป่าแม่ปายฝั่งซ้ายตอนบนท้องที่ตำบลแม่ฮี้ สภาพของโป่งน้ำร้อนเป็นบ่อน้ำร้อน น้ำกำลังเดือดเป็นฟองๆ และมีหมอกควันปกคลุมพื้นที่ พร้อมทั้งมีน้ำร้อนไหลเรื่อยๆ ทั่วบริเวณกว้าง มีบ่อใหญ่สองบ่อ นอกนั้นมีลักษณะเป็นน้ำผุดบางจุด ความร้อนประมาณ 80 องศาเซลเซียส และรอบๆ โป่งร้อนเป็นไม้สักที่สมบูรณ์มาก ภายในบริเวณอนุญาตให้ตั้งเต็นท์พักแรมได้ แต่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ทั้งสิ้น

          ++ น้ำตกแม่เย็น 

          อยู่ที่บ้านแม่เย็น ตำบลแม่ฮี้ ห่างจากอำเภอปายประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดสูง 3 ชั้น และสวยงามที่สุดของอำเภอปายเลยทีเดียว

          ++ น้ำตกผาเสื่อ

          ห่างจากตัวเมืองประมาณ 26 กิโลเมตร อยู่เส้นทางเดียวกับปางอุ๋ง เส้นทางเป็นทางลาดยางตลอด น้ำตกแห่งนี้ไหลลงมาจากน้ำตกแม่สะงาในพม่ามี 6 ชั้น และมีน้ำตลอดปีช่วงที่เหมาะสมจะไปท่องเที่ยวคือเดือนกรกฎาคม – กันยายน 

          ++ กองแลน 

          ลักษณะเป็นผืนดินที่ถูกกัดเซาะเป็นร่องลึกคล้ายหน้าผาติดต่อกันเป็นบริเวณกว้างประมาณ 5 ไร่เศษ (คล้ายกับแพะเมืองผีของจังหวัดแพร่) สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล

          ++ น้ำพุร้อนเมืองแปง 

          เป็นบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ ห่างจากอำเภอปายประมาณ 28 กิโลเมตร ใกล้กับหน่วยพิทักษ์และรักษาป่าแม่ปิง เป็นทางลูกรัง อุณหภูมิของน้ำร้อนสูงถึง 95 องศาเซลเซียส และพลุ่งขึ้นเป็นระยะๆ

          ++ ห้วยจอกหลวง

          ห้วยจอกหลวง เป็นแหล่งอนุรักษ์ต้นน้ำห้วยจอกหลวงอยู่บริเวณป่าแม่ยะ ตำบลแม่ฮี้ มีการปลูกดอกไม้เมืองหนาวหลายชนิดและออกดอกในฤดูหนาวตั้งอยู่บนภูเขาและมีทิวทัศน์สวยงามมากอยู่ห่างจากอำเภอปายประมาณ 43 กิโลเมตร ฤดูที่เหมาะสมแก่การท่องเที่ยวคือ ฤดูหนาว

          ++ สะพานประวัติศาสตร์

          เปรียบเสมือนประตูสู่อำเภอปาย หากขับรถมาจากถนนทางหลวง 1095 (แม่มาลัย-ปาย) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 88 คุณจะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนสะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทหารประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้ข้ามแม่น้ำปายและลำเลียงเสบียงและอาวุธเข้าไปยังประเทศพม่า หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง อำเภอปายจึงกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง โดยหลงเหลือไว้เพียงแต่สะพานแห่งนี้ว่า “สะพานประวัติศาสตร์” แม้ในปัจจุบันจะมีสะพานปูนแบบไม่สร้างอยู่เคียงข้าง แต่สะพานประวัติศาสตร์เก่าแก่แห่งนี้ก็ยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอำเภอปายอยู่เป็นประจำ

ห้วยน้ำดัง

 

          ++ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง

          มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 179.5 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาและภูเขาสูงสลับซับซ้อนมีภูเขาที่สูงที่สุดคือดอยช้าง เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีลำห้วยน้อยใหญ่มากมาย มีจุดเด่นที่น่าสนใจ คือ…
          
          - จุดชมวิวบริเวณห้วยน้ำดัง (ดอยกิ่วลม) ตั้งอยู่ที่ตำบลกึ้ดช้าง อำเภอแม่แตง เป็นที่ตั้งของหน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ 2 (ห้วยน้ำดัง) เป็นจุดชมวิวที่สวยงามและมีชื่อเสียงมาก นักท่องเที่ยวจะได้ชมทะเลหมอกในช่วงเช้าตรู่และคอยชมพระอาทิตย์ขึ้นซึ่งงดงามมาก… 

          - จุดชมวิวดอยช้าง อยู่ทางเหนือของห้วยน้ำดัง เป็นจุดที่สามารถมองเห็นสภาพธรรมชาติของทิวเขาอันสลับซับซ้อน และทะเลหมอกในยามเช้าตรู่ 

          - น้ำตกห้วยน้ำดัง เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยน้ำดัง มีโขดหินมากมาย มีความสูงประมาณ 50 เมตร กว้าง 10 เมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง 

          - โป่งน้ำร้อนท่าปาย ที่อยู่ในป่าแม่ปายฝั่งซ้ายตอนบนท้องที่ตำบลแม่ฮี้ สภาพของโป่งน้ำร้อนเป็นบ่อน้ำร้อน น้ำกำลังเดือดเป็นฟองๆ และมีหมอกควันปกคลุมพื้นที่ พร้อมทั้งมีน้ำร้อนไหลเรื่อยๆ ทั่วบริเวณกว้าง มีบ่อใหญ่สองบ่อ นอกนั้นมีลักษณะเป็นน้ำผุดบางจุด ความร้อนประมาณ 80 องศาเซลเซียส และรอบๆ โป่งร้อนเป็นไม้สักที่สมบูรณ์มาก ภายในบริเวณอนุญาตให้ตั้งเต็นท์พักแรมได้ แต่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ

ปาย 

กิจกรรมแนะนำยามเที่ยวปาย…

          ++ ปั่นจักรยานชมเมืองปาย 

          เส้นทางปั่นจักรยานสาย เชียงใหม่ – แม่มาลัย - ปาย เป็นเส้นทางที่ท้าทายนักปั่นเสือภูเขาเป็นอย่างมาก เพราะเส้นทางคดเคี้ยว ปั่นเลาะเลี้ยวไปตามหุบเขา สองข้างทางรายล้อมไปด้วยพืชพรรณไม้และป่าเขาลำเนาไพร โดยนักท่องเที่ยวสามารถนำจักรยานมาเอง หรือถ้าไม่สะดวกที่นี่ก็มีบริการจักรยานให้เช่าค่ะ 

          ++ นั่งช้างชมไพร 

          โยกซ้ายที… โยกขวาที… กับการนั่งช้างชมไพร เป็นกิจกรรมที่บริการให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินในการชมธรรมชาติอีกอย่างหนึ่ง ท่านสามารถติดต่อบริการนั่งช้างได้ที่ ปางช้างบ้านท่าปาย ใกล้กับท่าปายสปาแค้มปิ้งรีสอร์ท เป็นเส้นทางเดียวกับการไปน้ำพุร้อนบ้านท่าปาย ค่าบริการนั่งช้าง ชั่วโมงละ 500 บาท นั่งได้สองคนต่อช้าง 1 เชือก   

          ++ ล่องแก่งแม่น้ำปาย 

          การล่องแก่งแม่น้ำปาย รวมระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ความยากของแก่งมีตั้งแต่ระดับ 1 - 4 ช่วงฤดูฝนอาจจะถึงระดับ 5 ซึ่งมีความยากมาก และระดับน้ำรุนแรง นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสธรรมชาติที่สวยงามและความสนุกสนานตลอดสายน้ำ เช่น เล่นน้ำตกซู่ซ่า ผจญภัยแช่ตัวในบ่อโคลน (วู้ว) กระโดดหน้าผาสูง ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการล่องแก่ง คือ เดือนมิถุนายน - กุมภาพันธ์ของทุกปี   

          ++ ล่องแพยาง 

          อำเภอปาย นับว่าเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้ริเริ่มกิจกรรมนี้ การล่องแพยางไปตามสายน้ำ เป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเมืองนี้มักจะไม่พลาด โดยส่วนใหญ่โปรแกรมการล่องแก่งจะไปเริ่มที่ลำน้ำของ ในเขต อ.ปางมะผ้า และไปสิ้นสุดที่ลำน้ำปายในพื้นที่ของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ในระหว่างการล่องแก่งท่านจะได้พบกับความสนุกตื่นเต้น การตั้งแค้มป์ในป่า การแช่โคลนจากบ่อน้ำพุร้อนตามธรรมชาติ เพื่อผิวพรรณเปล่งปลั่ง กิจกรรมการล่องแก่งจะมีในช่วงเดือน ต้นเดือนมิถุนายน – กุมภาพันธ์ของปีต่อไปค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
   
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Oaddybeing




เกมส์
เกมส์ สุดยอดเกมส์ Flash เกมส์ออนไลน์ ที่ให้คุณเล่นมากกว่า 10,000 เกมส์ เกมออนไลน์เล่นกันฟรีๆ เลือกหาเกมส์ที่ตรงใจ เล่นง่าย รวมเกมส์เป็นหมวดๆ เกมส์ทำอาหาร เกมส์แต่งตัว เกมส์ต่อสู้ เกมส์กีฬา เกมส์ยิง มากมายหลายแนว Action Game หรือเกมส์กระดาน ให้เลือกและกลับมาเล่นได้ไม่รู้เบื่อ หาเกมแฟลชที่ถูใจคุณได้ที่นี่
ฟังเพลง
ฟังเพลง ฟังเพลงออนไลน์ กับกระปุก Music Station ที่มีเพลงใหม่ อัลบั้มเพลงล่าสุด เพลงฮิต เพลงล่าสุด มิวสิควีดีโอ ฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมง อัพเดททุกวัน Music Chart ฟังวิทยุออนไลน์ ให้คุณติดตามได้ทุกแนวเพลง Pop Rock เพลงไทย เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต เพลงอินดี้ โค๊ดเพลง เนื้อเพลง Song Hits ริงโทน Fullsong ให้โหลด MV ดาวน์โหลดเพลง MP3 กระปุกมิวสิคสเตชั่น ศูนย์รวมเพลงของคุณ
ดูดวง
ดูดวง ดูดวงความรัก ตามหลักโหราศาสตร์ ดวงดาว ให้คุณดูดวงวันนี้ ดวงตามราศี จับคู่ดวงวันเกิด ดูดวงเนื้อคู่ หรือจะดูดวงไพ่ยิบซี Tarot ทำนายแม่นๆ ดวงชะตาของคุณผสานกับดวงดาว ที่ส่งผลให้กราฟชีวิต หน้าที่การงาน ความรัก ดวงการเงิน ดวงสุขภาพ ปีชง ทุกเรื่องที่คุฯอยากรู้ โหงวเฮ้ง ทำนายฝัน ฮวงจุ้ย ชื่อมงคล สีถูกโฉลก ดูลายมือ กับกระปุก Horoscope กระปุกดูดวง 2552 นี้มีดูดวงกับหมอลักษณ์ ด้วยนะ
ผลบอล
ผลบอล Kapook Football สุดยอดลูกหนัง Soccer ที่ให้คุณติดตามผลบอลสด ภาษาไทย แบบ Livescore ผลบอล จากฟุตบอลทุกลีค เช่น พรีเมียร์ลีค บอลอังกฤษ ยุโรป สเปน เยอร์มัน Live Soccer all around the world วิเคราะห์บอล ฟันธง ทีเด็ดครบครัน ทัศนะบอลจากสมาชิกขั้นเทพ ราคาบอล พร้อมอัตราต่อรอง และตารางการแข่งขัน โปรแกรมฟุตบอล คลิปฟุตบอล สุดมันส์ด้วยการทายผลบอล ทีเด็ด และข่าวฟุตบอล Update ถึงใจ จะเชียร์ทีมไหน แฟน แมนยู ลิเวอร์พูล เชลซี อาร์เซนอล หรือทีมฟุตบอลไหน พลาดแล้วจะเสียใจ กระปุกฟุตบอล ไม่เหมือนใคร คลิกด่วน
ดูทีวีย้อนหลัง
ดูทีวีย้อนหลัง กลับบ้านดูทีวีรายการโปรด ไม่ทัน! มาดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวีออนไลน์ กับกระปุกทีวี ที่รวบรวมสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง NBT TTV และช่องรายการดาวเทียม ให้คุณดูกันฟรีๆ ดูทีวีสดๆ หรือจะเลือกดูรายการย้อนหลัง ช่องกีฬา ละคร รายการ TV บนอินเทอร์เน็ต ได้แบบไม่พลาดกันอีกต่อไปได้แล้ว ละครย้อนหลัง ย้อนหลังรายการทีวีรายวัน Live TV on internet ตลอด 24 ชั่วโมง
คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem |

เกมส์ทำอาหารทั้งหมด | หาเพื่อน | แชท | คุยสด | การ์ตูน | hi5ดารา | โหลดเพลง | คลิป | ฟังวิทยุ | ทำนายฝัน | ฟังเพลงออนไลน์ | ฟังเพลงใหม่ | เกมส์เต้น | เกมส์มันๆ |
ดูทีวีย้อนหลัง | dictionary | หางาน | งานราชการ | เกมส์ต่อสู้ | ศึกษาต่อต่างประเทศ | การศึกษา | มหาวิทยาลัย | วันแม่แห่งชาติ | เกมปลูกผัก | ดูดวงความรัก | ข่าว |

เกมส์ | ดูดวง | เกม | ฟังเพลง | เพลง | game | ผลบอล |