Jun 23


          การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agro-tourism) เป็นการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้ทั้งความเพลิดเพลินและความรู้นำกลับ ไปประยุกต์ใช้หรือประกอบอาชีพได้ เหนืออื่นใดนี่คือการได้หวนกลับไปค้นหา เรียนรู้ เข้าใจ ภาคภูมิใจกับอาชีพเกษตรกรรม รากฐานของแผ่นดินไทย ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าภายใต้แนวคิด ปรัชญา องค์ความรู้ ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษเกษตรกรไทย ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวชนบท ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณี รูปแบบกิจกรรม และการประกอบอาชีพทางการเกษตรที่หลากหลาย ทั้งวิถีดั้งเดิมจนถึงการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ท่ามกลางทัศนียภาพธรรมชาติที่สวยงาม บริหารจัดการโดยเกษตรกรหรือชุมชน

          ความประทับใจที่เกิดจากการได้ชม ชิม ซื้อผลิตภัณฑ์ และมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ก่อเกิดความรู้ ทักษะ และประสบการณ์แก่ผู้มาท่องเที่ยว ทั้งยังส่งผลให้เกิดรายได้แก่ชุมชน จากการจำหน่ายผลผลิตการเกษตร ผลิตภัณฑ์แปรรูป ค่าตอบแทนจากการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว

 หมู่บ้านรักไทย (บ้านแม่ออ)

          ที่อยู่: ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
          โทรศัพท์: (053) 61-9728
          ระยะทาง/เวลาในการเดินทาง: 50 กม./1 ชั่วโมง
          ค่าเข้าชม: ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม
          ช่วงเวลา : เข้าชมได้ตลอดทั้งปี
          สภาพเส้นทาง: เป็นทางลาดยางขึ้นเขา

          
          กิจกรรมนำเสนอ
          - ชมสวนชา
          - ชมวิถีชีวิตทางวัฒนธรรมของชาวจีนฮ่อ
          - ชมบ้านแบบเก่าทำจากดินเหนียวผสมฟางข้าว
          - การจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชา
          - บริการอาหารจีนจากยูนาน

          

          หมู่บ้านรักไทย หมู่บ้านรักไทย (แม่ออ) ตั้งอยู่ตำบลหมอกจำแป่ ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 44 กิโลเมตร ใช้เส้นทางเดียวกับพระตำหนักปางตอง เลยพระตำหนักปางตองไปพอสมควร บ้านรักไทหรือบ้านแม่ออเป็นหมู่บ้านสุดท้ายก่อนถึงชายแดนไทย-พม่า ประชาการในหมู่บ้านส่วนใหญ่อพยพหนีภัยมาจากทางตอนใต้ของจีนในช่วงการ เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบบคอมมิวนิสต์ บริเวณหมู่บ้านมีทะเลสาบสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมวิถีชีวิตวัฒนธรรมจีนฮ่อซึ่งยังคงสืบทอด ประเพณีไว้หลายอย่างทั้งภาษาพูด ภาษาเขียน ลักษณะบ้านบางส่วนเป็นบ้านแบบเก่าทำจากดินเหนียวผสมฟางข้าว และมีร้านอาหารตำรับจีนยูนนาน นอกจากนี้ยังสามารถซื้อชาหรือชิมชาเลิศรสจากชาพันธุ์ดีซึ่งมีจำหน่ายในหมู่ บ้าน เช่น ชาชิง ชิง ชาอู่หลง

 

 หมู่บ้านรวมไทย

          ที่อยู่: ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
          บ้านพักป่าไม้ (053) 68-1740
          บ้านพักเกสท์เฮ้าส์ ศูนย์ศิลปาชีพ มส. (053) 61-1244
          ระยะทาง/เวลาในการเดินทาง: 50 กม./1 ชั่วโมง
          ค่าเข้าชม: ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม
          ช่วงเวลา : เข้าชมได้ตลอดทั้งปี
          สภาพเส้นทาง: เป็นทางลาดยางขึ้นเขา

          กิจกรรมนำเสนอ

          - ชมสวนกาแฟ
          - ชมวิธีการผลิตกาแฟของชาวไทยใหญ่ในหมู่บ้าน
          - ชิมกาแฟสด ชมธรรมชาติที่งดงาม
          - มีบริการที่พักและสามารถกางเต็นท์นอนได้

          “ปางอุ๋ง” (บ้านรวมไทย) เป็นหมู่บ้านโครงการพระราชดำริปางตอง 2 ในพระบรมราชินูปถัมป์ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ลักษณะพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำมีแนวสนที่ปลูกเรียงรายอย่างกลมกลืนและสวยงามมากๆ “ปางอุ๋ง” อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง จุดเด่นของที่นี่คือ… เวิ้งน้ำสายหมอกและใบสน… ชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ส่องแสงสะท้อนผืนน้ำเป็นลำแสงสีทองผ่านแนวสนเขียวขจี ท่ามกลางบึงน้ำขนาดใหญ่และสายหมอก หลายคนบอกว่าที่นี่คือสวิสเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย แต่บางคนบอกว่าที่นี่คือนิวซีแลนด์

 

 หีบน้ำมันงา

          ที่อยู่: ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
          โทรศัพท์: (053) 61-2534
          ระยะทาง/เวลาในการเดินทาง: 7 กม./10 นาที
          ค่าเข้าชม: ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม
          ช่วงเวลา : เข้าชมได้ตลอดทั้งปี
          สภาพเส้นทาง: เป็นทางลาดยาง

          กิจกรรมนำเสนอ

          - ชมการผลิตน้ำมันงา โดยภูมิปัญญาชาวบ้าน
          - จำหน่ายผลิตภัณฑ์ปรรูปจากงา และน้ำมันงา

          “หมู่บ้านปางหมู” อยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนราว 7 กิโลเมตร เพื่อชมการสาธิตหีบน้ำมันงาพื้นบ้าน โดยใช้แรงงานคนกับควาย ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงจึงจะได้น้ำมันงาบริสุทธิ์ 1 ขวด นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติจำหน่าย ทั้งน้ำมันงา งาดำ งาขาวคั่ว ถั่วเหลืองคั่วน้ำผึ้งธรรมชาติ และอีกมากมายให้ได้เลือกซื้อหากันกลับเป็นของฝาก นอกจากนี้ยังมีบ้านไทยใหญ่สไตล์ดั่งเดิมแท้ๆเหลือที่ให้ชมไม่กี่หลังให้เยี่ยมชม

 

 กาแฟสดห้วยห้อม

          ที่อยู่: ต.ห้วยห้อม อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน
          โทรศัพท์: (053) 61-5059, (09) 555-3900
          ระยะทาง/เวลาในการเดินทาง: 130 กม./2.5 ชั่วโมง
          ค่าเข้าชม: ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม
          ช่วงเวลา : เข้าชมได้ตลอดทั้งปี
          สภาพเส้นทาง: เป็นถนนลูกรัง ห่างจากตัว อ.แม่ลาน้อย 30 กม. จากถนนสายหลักที่ อ.แม่ลาน้อย เข้าไปยังบ้านห้วยห้อม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

          กิจกรรมนำเสนอ
          - ชมสวนกาแฟ
          - ชมวิธีการผลิตกาแฟ
          - จำหน่ายผ้าทอขนแกะ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
 
teawmuangthai.com
paiduaykan.com
paichill.com
travelmaehongson.org
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Oaddybeing

Tags: ,
Jun 10

          อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอแม่แตง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีสภาพป่าและธรรมชาติที่สมบูรณ์ ภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงามและจุดชมวิวที่สามารถชมบรรยากาศอันร่มรื่น โดยเฉพาะบริเวณห้วยน้ำดัง ที่มีชื่อว่าทะเลหมอกที่งดงามยิ่ง มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย

          อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังมียอดดอยที่มีธรรมชาติงดงามอีกหลายแห่ง เช่น ดอยช้าง ดอยสามหมื่น รวมทั้งมีโป่งเดือดซึ่งเป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติ ส่วนการล่องแพในลำน้ำแม่แต่งก็เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 782,575 ไร่ หรือ 1,252.12 ตารางกิโลเมตร

ความเป็นมา

          ตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ประจำกรมป่าไม้ ครั้งที่ 9/2530 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2530 ให้กองอนุรักษ์ต้นน้ำ และกองอุทยานแห่งชาติประสานงานกัน จัดส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจพื้นที่บริเวณหน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ 2 (ห้วยน้ำดัง) จังหวัดเชียงใหม่บางส่วน เพื่อพิจารณาจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติตามข้อเสนอแนะของกองอนุรักษ์ต้นน้ำ กองอุทยานแห่งชาติได้มีหนังสือ ที่ กษ 0713/ ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2530 กรมป่าไม้ให้ นายณรงค์ เจริญไชย เจ้าพนักงานป่าไม้ 4 ไปทำการสำรวจพื้นที่ร่วมกับหัวหน้าหน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ 2 (ห้วยน้ำดัง) หัวหน้าหน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ 4 (แม่แจ่มหลวง) และหัวหน้าหน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ 9 (ห้วยน้ำรู) ซึ่งได้รายงานผลการสำรวจตามหนังสือ ที่ กษ 0713(ทป)/86 ลงวันที่ 3 เมษายน 2531 แต่เนื่องจากยังขาดรายละเอียดต่างๆ และขอบเขตพื้นที่ที่เหมาะสมในการกำหนดเขตอุทยานแห่งชาติ ประกอบกับวนอุทยานโป่งเดือด จังหวัดเชียงใหม่ มีหนังสือ ที่ กษ 0713(ปด)/10 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2531 แจ้งว่า เนื้อที่ใกล้เคียงวนอุทยานมีความเหมาะสมที่จะรวมกับพื้นที่หน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ 2 (ห้วยน้ำดัง) จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ 

          กองอุทยานแห่งชาติได้มีหนังสือ ที่ กษ 0713/950 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2531 เสนอกรมป่าไม้ให้ นายสวัสดิ์ ทวีรัตน์ เจ้าพนักงานป่าไม้ 4 หัวหน้าวนอุทยานโป่งเดือด ไปสำรวจเบื้องต้นบริเวณดังกล่าว ได้รับรายงานผลการสำรวจตามหนังสือ ที่ กษ 0713(ปด)/74 ลงวันที่ 14 ธันวาคม 2531 ว่า ได้ทำการสำรวจร่วมกับ นายณรงค์ เจริญไชย เจ้าพนักงานป่าไม้ 4 พื้นที่บริเวณดังกล่าวมีสภาพป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์ ภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงามเหมาะสมจะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ 

          กองอุทยานแห่งชาติได้มีหนังสือ ที่ กษ 0713/206 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2532 เสนอกรมป่าไม้ขอความเห็นชอบ เพื่อนำเรื่องการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้ความเห็นชอบกำหนดบริเวณพื้นที่หน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ 2 (ห้วยน้ำดัง) หน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ 4 (แม่จอกหลวง) หน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ 9 (ห้วยน้ำรู) บางส่วน และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปายฝั่งซ้ายตอนบน ในป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แตงในท้องที่ตำบลกี๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และ ตำบลแม่อี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีเนื้อที่ประมาณ 1,252.12 ตารางกิโลเมตร หรือ 782,575 ไร่ เป็นอุทยานแห่งชาติตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ต่อไป 

          ต่อมาได้มีวิทยุกองอุทยานแห่งชาติที่ กษ 0712 ทับ 97 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2534 ให้อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ประสานงานกับหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแม่เลา-แม่แสะ และให้สำรวจพื้นที่บางส่วนของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแม่เลา-แม่แสะ และพื้นที่วนอุทยานโป่งเดือด ในท้องที่ตำบลเมืองคอน อำเภอเชียงดาว และตำบลป่าแป๋ ตำบลเมืองกาย อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติเพิ่มเติมประมาณ 118,906.25 ไร่ หรือ 190.25 ตารางกิโลเมตร เนื่องจากพบว่า พื้นที่ส่วนใหญ่มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีศักยภาพสูงมาก มีจุดเด่นที่สวยงาม เช่น โป่งเดือด น้ำตก ลุ่มน้ำแม่แตง รวมทั้งความหลากหลายของพืชพรรณ และสัตว์ป่าที่ชุกชม มีความเหมาะสมอย่างยิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติโดยด่วน

          อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังได้ประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าเชียงดาว และป่าแม่แตงในท้องที่ตำบลเปียงหลวง ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง ตำบลกี๊ดช้าง ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และป่าแม่ปายฝั่งซ้ายตอนบนในท้องที่ตำบลเวียงเหนือ ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 112 ตอนที่ 33ก ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2538 มีเนื้อที่ประมาณ 782,575 ไร่ หรือ 1,252.12 ตารางกิโลเมตร นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 80 ของประเทศ

ลักษณะภูมิประเทศ 

          สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาและหุบเขาสลับกัน เป็นแนวยาวขนานกันในแนวเหนือ-ใต้ของเทือกเขาแดนลาว เทือกเขาถนนธงชัย และเทือกเขาผีปันน้ำ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีที่มีการแทรกดันของหินหนืด และแรงบีบอัดในแนวตะวันออก-ตะวันตก ทำให้พื้นผิวโก่งงอกลายเป็นภูเขาและเทือกเขา และมีหุบเขาที่เกิดจากรอยเลื่อนที่ทรุดต่ำลง รวมทั้งได้มีการสึกกร่อนที่เกิดจากกระบวนการทางฟิสิกส์และทางเคมี ตลอดจนการทับถมของตะกอนน้ำพาทำให้เกิดเป็นที่ราบแคบๆ ระหว่างภูเขาทั้งสองฝั่งของลำน้ำ มีความสูงตั้งแต่ 400-1,962 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีภูเขาที่สูงที่สุดคือ ดอยช้าง เป็นป่าต้นน้ำลำธารของลำน้ำสายสำคัญ คือ แม่น้ำแตงและแม่น้ำปาย จัดอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำตั้งแต่ชั้น A ถึงชั้น 1A มีลำห้วยน้อยใหญ่มากมาย ได้แก่ ห้วยเหี้ยะ ห้วยแม่ยะ ห้วยฮ่อม ห้วยน้ำดัง ห้วยแม่สลาหลวง ห้วยโป่ง น้ำงุม ห้วยแม่แพลม ห้วยงู ห้วยแม่เย็นหลวง ห้วยน้อย ห้วยฮ่อม ห้วยหก ห้วยแม่ฮี้ ห้วยขาน ห้วยแม่ปิง ห้วยแม่จอกหลวง เป็นต้น

ลักษณะภูมิอากาศ 

          อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังมีภูมิอากาศประเภททุ่งหญ้าสะวันนา ซึ่งมีฤดูฝนและฤดูแล้งเห็นเด่นชัด สามารถแบ่งฤดูกาลออกได้เป็น ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดในเดือนเมษายน 36 องศาเซลเซียส ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ปริมาณฝนเฉลี่ยตลอดปี 1,134 มิลลิเมตร และฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในเดือนมกราคม 14.1 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 26 องศาเซลเซียส

พืชพรรณและสัตว์ป่า 

          อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังสภาพทางธรรมชาติยังคงความอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้เกิดสังคมพืชหลากหลายชนิด ประกอบด้วย…

           ป่าดิบชื้น 

          ขึ้นปกคลุมสองฝั่งของลำน้ำในพื้นที่ที่มีความสูง 500-800 เมตรจากระดับน้ำทะเล พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ เติม อวบดำ หว้า งิ้วป่า ปอตูบหูช้าง ผ่าเสี้ยน มันปลา เปล้าใหญ่ ฯลฯ ไม้พุ่มและพืชพื้นล่างได้แก่ เอื้องหมายนา มันดง ม้าสามต๋อน เฒ่าหลังลาย หญ้าถอดบ้อง ตองกง เครือออน กลอย สายหยุด หัสคุณ ออสมันด้า และ เล็บเหยี่ยว เป็นต้น 

           ป่าดิบเขา 

          พบในพื้นที่ทีเป็นหุบเขาและพื้นที่ลาดชันที่สภาพอากาศมีความชื้นค่อนข้างสูงตลอดปี ในระดับความสูง 1,650-1,900 เมตรจากระดับน้ำทะเล ชนิดไม้ที่สำคัญได้แก่ ก่อกระดุม ก่อแดง สนสามใบ เม็ดชุนตัวผู้ ช้าส้าน มะมือ ก่วม เต้าหลวง จำปีหลวง มณฑาป่า เหมือดดง เดื่อปล้องหิน ตะไคร้ต้น สารภีป่า กำลังเสือโคร่ง กะทัง ฯลฯ ไม้พุ่มและพืชพื้นล่าง ได้แก่ กล้วย ต่างไก่ป่า พลูช้าง พญาดง หญ้าคมบาง ตองกง พริกไทย ดาดตะกั่ว และกาหลา เป็นต้น

           ป่าเบญจพรรณ 

          พบกระจายตัวเป็นพื้นที่กว้างที่ระดับความสูงต่ำกว่า 900 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ กาสามปีก กุ๊ก แคหัวหมู แดง ตะคร้ำ ประดู่ มะเกลือ มะกอก ตังหน ชิงชัน โมก ฯลฯ ไม้พุ่มและพืชพื้นล่างได้แก่ คนทา คัดเค้าเครือ เฒ่าหลังลาย เต่าร้าง ผักแว่น สะบ้าลิง สาบเสือ บุก ลิเภา ชายผ้าสีดา เกล็ดปลา หญ้าขัด และพ่อค้าตีเมีย เป็นต้น ป่าเต็งรัง พบโดยทั่วไปในพื้นที่ที่ระดับความสูงต่ำกว่า 800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ชนิดไม้ที่สำคัญ ได้แก่ เต็ง เหียง พลวง รัง รกฟ้า พะยอม ตีนนก ติ้วขน สมอไทย ส้านใหญ่ มะขามป้อม ยอป่า แสลงใจ เค็ด ฯลฯ ไม้พุ่มและไม้พื้นล่าง ได้แก่ กะตังใบ โสมชบา กระมอบ หนาดคำ ตาฉี่เคย ข้าวสารป่า และยาบขี่ไก่ เป็นต้น

          ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของสภาพป่า จึงชุกชุมไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด ได้แก่ ช้างป่า กวางป่า หมีควาย เก้ง กระจงเล็ก เลียงผา หมูป่า แมวดาว ชะมดเช็ด ลิงวอก ชะนีมือขาว พังพอน เม่นใหญ่ ไก่ป่า ไก่ฟ้าสีเงิน นกเขาเปล้า นกขุนทอง นกขมิ้นท้ายทอยดำ นกปรอดคอลาย เหยี่ยวต่างสี กะท่าง เต่าปูลู เต่าใบไม้ ก้งก่าแก้ว แย้ ตะกวด งูเหลือม งูเขียวดอกหมาก งูเห่า กบทูด ปาด เขียดป่าไผ่ และอึ่งลาย เป็นต้น ในบริเวณแม่น้ำและลำห้วยต่างๆ พบปลาจาด ปลามอน ปลาเลียหิน ปลาเวียน ปลาค้อ ปลาค้างคาว ปลาติดหิน และปลาก้าง เป็นต้น

สถานที่ท่องเที่ยว

           จุดชมวิวดอยกิ่วลม 

          เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติส่วนกลาง (เอื้องเงิน) เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามมากที่สุดและมีชื่อเสียงมากในด้านการท่องเที่ยวที่จะชมทะเลหมอกในช่วงเช้าตรู่ และเป็นที่รู้จักของชาวไทยและชาวต่างประเทศ เพื่อคอยชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกอันกว้างใหญ่ไพศาลในช่วงฤดูหนาว ในยามท้องฟ้าเปิดและแจ่มใสจะมีทัศนียภาพที่สวยงามและหลากจินตนาการของทิวเขาที่สลับซับซ้อนของยอดดอยเชียงดาวที่มีความสูงประมาณ 2,175 เมตรจากระดับน้ำทะเล

          สภาพธรรมชาติอันสวยงามของจุดชมทิวทัศน์นี้ เมื่อยืนอยู่ที่บ้านพักของห้วยน้ำดังแล้วมองไปทางทิศตะวันออก ทำให้มองเห็นสภาพธรรมชาติที่สวยงาม ทิวทัศน์ของทิวเขาอันสลับซับซ้อนซึ่งมีดอยหลวงเชียงดาว ที่สูงที่สุดอยู่ใจกลาง และในช่วงเช้าตรู่ของฤดูหนาวจะเกิดทัศนียภาพของทะเลหมอกที่สวยงาม ทางเข้าแยกจากถนนสายแม่มาลัย-ปาย หลักกิโลเมตรที่ 65-66 เป็นทางเข้าไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร นอกจากนี้ บริเวณดอยกิ่วลมยังเป็นที่ตั้งของพระตำหนักเอื้องเงิน ซึ่งเป็นอาคารทรงชาเลย์ที่กรมป่าไม้สร้างถวายสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนาฯ ภายในบริเวณโดยรอบพระตำหนักมีการออกแบบภูมิทัศน์ที่ประกอบด้วยพืชประจำถิ่น เช่น กล้วยไม้ “เอื้องเงินหลวง” ที่ออกดอกสะพรั่งในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม

           จุดชมวิวดอยช้าง 

          อยู่บนดอยช้างขึ้นไปทางเหนือของห้วยน้ำดัง ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 20 กิโลเมตร มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,962 เมตร สามารถมองเห็นทะเลหมอกในตอนเช้าตรู่ได้ชัดเจน และสภาพธรรมชาติของทิวเขาอันสลับซับซ้อนของดอยสามหมื่นและดอยสันห้วยรูทางทิศเหนือ ดอยหลวงเชียงดาวและดอยขุนแม่แมะทางทิศตะวันออก ดอยแม่ยะและดอยม่อนอังเกตุทางทิศใต้ ดอยแม่ยานและเมืองปายทางทิศตะวันตก ดอยช้างปกคลุมด้วยป่าดิบเขาอันอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยของนกบนที่สูงนานาชนิด เช่น นกเดินดง นกจับแมลง นกเขน นกปรอด ฯลฯ

           น้ำตกห้วยน้ำดัง 

          เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยน้ำดัง มีโขดหินมากมาย ความสูงประมาณ 50 เมตร กว้าง 10 เมตร มี 4 ชั้น เป็นน้ำตกที่สวยงามมาก และสภาพโดยทั่วๆ ไปชุ่มชื้นไปด้วยพันธุ์ไม้ป่าดิบชื้นและโขดหินที่สวยงาม ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านห้วยน้ำดัง

           น้ำตกแม่เย็น 

          เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยแม่เย็นหลวง ซึ่งจะไหลลงมาสู่แม่น้ำปายต่อไป สภาพน้ำตกเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มี 2 ชั้น ความสูงประมาณ 40 เมตร มีน้ำไหลตลอดปี จัดเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมาก พื้นที่โดยรอบปกคลุมด้วยป่าดิบชื้นและโขดหินสวยงาม

           ล่องแพลำน้ำแม่แตง 

          สองฝั่งของลำน้ำแม่แตงยังคงอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้และนกนานาชนิด จัดว่าเป็นสายน้ำที่มีบรรยากาศของการท่องเที่ยวที่ตื่นเต้นเร้าใจ เต็มไปด้วยเกาะแก่งและโขดหิน ลำน้ำไหลคดเคี้ยวไปตามหุบเขาด้วยกระแสน้ำที่ไม่เชี่ยวจนเกินไป การเดินทางเริ่มต้นที่น้ำพุร้อนโป่งเดือด โดยเดินป่าไปพักค้างแรมที่บ้านปางป่าคา (7 กิโลเมตร) หรือบ้านป่าข้าวหลาม (9 กิโลเมตร) จากนั้นจึงลงแพล่องลำน้ำแม่แตง ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง จะถึงบ้านสบก๋ายซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของการล่องแพ ช่วงเวลาที่เหมาะสมอยู่ในช่วงปลายฤดูฝนจนถึงฤดูหนาว

           โป่งน้ำร้อนท่าปาย 

          เป็นบ่อน้ำร้อนที่เปรียบเสมือนน้ำกำลังเดือดขึ้นเป็นพรายฟอง อุณหภูมิน้ำผิวดินประมาณ 80 องศาเซสเซียล น้ำร้อนจะไหลรวมกันเป็นธารน้ำร้อนขยายเป็นบริเวณกว้าง มีหมอกควันปกคลุมพื้นที่ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 30 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

           โป่งน้ำร้อนโป่งเดือด 

          โป่งน้ำร้อนโป่งเดือด น้ำพุร้อนขนาดใหญ่ สูง 2-3 เมตร จำนวน 3-4 บ่อ และยังมีบ่อเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป อุณหภูมิน้ำผิวดินประมาณ 90-99 องศาเซสเซียล น้ำพุร้อนจะพุ่งจากใต้ดินตลอดเวลา บางครั้งพุ่งสูงถึง 2 เมตร มีกลิ่นกำมะถันอ่อนๆ บริเวณนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติโป่งเดือด ระยะทาง 1,550 เมตร บริการอาบน้ำแร่เพื่อสุขภาพ และโป่งเดือดยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะไกล ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง นอกจากนี้ บริเวณโป่งเดือดยังมีศุนย์บริการนักท่องเที่ยว สะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติ ห้องอาบน้ำแร่ ร้านอาหาร บ้านพักนักท่องเที่ยวและสถานที่กางเต้นท์ ไว้ให้บริการด้วย

 

           น้ำตกแม่ลาด 

          ความสูงประมาณ 40-50 เมตร มี 5 ชั้น ตั้งอยู่ในตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่โดยรอบปกคลุมด้วยป่าดิบชื้นและโขดหินสวยงาม

           น้ำตกแม่หาด 

          เป็นน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 40-50 เมตร มี 4 ชั้น ตั้งอยู่ในตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่โดยรอบปกคลุมด้วยป่าดิบชื้น

           พระตำหนักเอื้องเงิน 

          เป็นอาคารทรงชาเลย์ที่กรมป่าไม้ได้สร้างถวายสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ และทรงพระราชทานนามว่า “พระตำหนักเอื้องเงิน” ใช้เป็นที่ประทับของพระองค์ ตั้งอยู่บริเวณดอยกิ่วลมที่มีทัศนียภาพโดยรอบสวยงาม ภายในบริเวณโดยรอบพระตำหนักมีการออกแบบภูมิทัศน์ที่ประกอบด้วยพันธุ์พืชประจำถิ่นกล้วยไม้ “เอื้องเงินหลวง” ที่ออกดอกสะพรั่งในช่วงเดือนมกราคม ตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับที่เป็นพืชเมืองหนาวที่หลากหลายพันธุ์และหลากสีสัน

           ห้วยน้ำรูและดอยสามหมื่น 

          อยู่ห่างจากดอยช้างประมาณ 10 กิโลเมตร ห้วยน้ำรูมีลักษณะเป็นตาน้ำเล็กๆ ที่สร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผืนป่าของดอยสามหมื่น และเป็นต้นน้ำของลำน้ำแม่แตงที่ไหลลงสู่ลำน้ำแม่ปิง ส่วนดอยสามหมื่นเป็นที่ตั้งของหน่วยจัดการต้นน้ำ ซึ่งมีจุดชมทิวทัศน์อยู่บนยอดดอย วันที่มีอากาศแจ่มใสสามารถมองเห็นดอยหลวงเชียงดาวสูงตระหง่านเด่นชัด

           น้ำตกแม่ปิง 

          ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของลำน้ำแม่ปิงน้อย เป็นน้ำตกที่มี 4 ชั้น ความสูงประมาณ 50 เมตร พื้นที่โดยรอบปกคลุมด้วยป่าดิบชื้น

           ลำน้ำแม่ปาย 

          เป็นลำน้ำสายสำคัญอีกสายหนึ่งที่มีต้นกำเนิดในพื้นที่ตอนเหนือของอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ที่มีน้ำไหลตลอดปีในสายน้ำที่คดเคี้ยว สองฝั่งลำน้ำส่วนใหญ่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของสภาพธรรมชาติ ของพรรณไม้นานาชนิด และสัตว์ป่าจำพวกนก ในบางช่วงของลำน้ำมีการตั้งถิ่นฐานของชาวเขาเผ่าต่างๆ ที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิมทั้งการแต่งกายและภาษาพูด

เส้นทางศึกษาธรรมชาติ 

          อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง มีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวได้ศึกษาหาความรู้หลายรูปแบบ เช่น การเดินป่าระยะไกล การเดินศึกษาธรรมชาติ และการขี่จักรยานศึกษาธรรมชาติ หากนักท่องเที่ยวมีความสนใจกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ ขอให้ติดต่อสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติโดยตรง มีรายละเอียด ดังนี้…

           การเดินป่าระยะไกล : เป็นกิจกรรมเดินป่าที่จะได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ด้วยเส้นทางเดินเท้าที่ตัดผ่านป่าที่มีทัศนียภาพที่สวยงามตามธรรมชาติ มีโอกาสที่จะได้เรียนรู้วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของชาวเขาในเส้นทางที่ผ่าน ทางอุทยานแห่งชาติจัดให้มีกิจกรรมการเดินป่า 8 เส้นทาง ใช้เวลาในการพักแรม 1 คืน ได้แก่ เส้นทางโป่งเดือด-บ้านสบก๋าย มี 3 เส้นทาง เส้นทางบ้านแม่แสะ-บ้านสบก๋าย มี 2 เส้นทาง เส้นทางถนนทางเข้าอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง กิโลเมตรที่ 5 - บ้านสบก๋าย เส้นทางปากทางแม่จอก-บ้านสบก๋าย และเส้นทางดอยช้าง-บ้านสบก๋าย รวมทั้งในบางช่วงของการเดินทางเป็น การขี่ช้างศึกษาธรรมชาติ และ การล่องแพ ที่ได้สัมผัสเกาะแก่งที่สวยงาม ตื่นเต้น และเร้าใจ

           การเดินศึกษาธรรมชาติ : เป็นการเดินศึกษาธรรมชาติ ตามเส้นทางที่อุทยานแห่งชาติจัดทำไว้ ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง เป็นการเข้าไปสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด พร้อมกับได้รับความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติโดยผ่าโปรแกรมสื่อความหมายธรรมชาติในรูปแบบต่างๆ

           การขี่จักรยานศึกษาธรรมชาติ : เป็นขี่จักรยานไปตามเส้นทางที่ทอดลัดเลาะไปในพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้นานาชนิดทั้งสองฟากทาง ผ่านจุดที่น่าสนใจและโดดเด่นทางธรรมชาติ จุดที่ตื่นเต้นและท้าทาย ภายใต้บรรยากาศที่หนาวเย็น

          ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ได้จัดเตรียมทางเดินศึกษาธรรมชาติเพื่อให้ผู้มาเยือนได้เข้าไปสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด พร้อมกับได้รับความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติโดยผ่าโปรแกรมสื่อความหมายธรรมชาติในรูปแบบต่างๆ ประกอบด้วยเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ดังนี้…

           เส้นทางศึกษาธรรมชาติเอื้องเงิน มีความยาวประมาณ 1,470 เมตร ความลาดชันปานกลาง ใช้เวลาในการศึกษาธรรมชาติประมาณ 1 ชั่วโมง มีจุดศึกษาธรรมชาติ 13 จุด            เส้นทางศึกษาธรรมชาติห้วยน้ำดัง มีความยาวประมาณ 1,470 เมตร ความลาดชันปานกลาง ใช้เวลาในการศึกษาธรรมชาติประมาณ 1 ชั่วโมง มีจุดศึกษาธรรมชาติ 13 จุด

           เส้นทางศึกษาธรรมชาติโป่งเดือด มีความยาวประมาณ 1,550 เมตร ความลาดชันปานกลาง ใช้เวลาในการศึกษาธรรมชาติประมาณ 1 ชั่วโมง มีจุดศึกษาธรรมชาติ 11 จุด

           เส้นทางศึกษาธรรมชาติโป่งน้ำร้อน มีความลาดชันปานกลาง ใช้เวลาในการศึกษาธรรมชาติประมาณ 1 ชั่วโมง มีจุดศึกษาธรรมชาติ 17 จุด 

 

 

การเดินทาง

           รถยนต์ : โดยเดินทางจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 107 และเข้าทางแยกซ้ายมือที่ตลาดแม่มาลัย อำเภอแม่แตง ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1095 สายแม่-มาลัยปาย จนถึงช่วงหลักกิโลเมตรที่ 65 - 66 มีทางแยกขวามือ ซึ่งมีป้อมยามตั้งอยู่ทางเข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร เดินทางต่อไปอีก ระยะประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะถึงจุดชมดอยกิ่วลม ถ้าเดินทางต่อไปอีกตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1095 จากหลักกิโลเมตรที่ 66 ไปยังอำเภอแม่ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถึงบ้านแม่ปิง จะมีทางแยกขวามือเป็นทางของ รพช. หมายเลข มส. 11024 ถึงโป่งร้อน อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่ง

สถานที่กางเต้นท์

          อุทยานแห่งชาติจัดเตรียมเต้นท์และสถานที่กางเต้นท์ ไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว การสำรองที่พักเต้นท์สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่พักเต้นท์ได้กับอุทยานแห่งชาติโดยตรง สำหรับอัตราค่าบริการอยู่ระหว่าง 250-800 บาท ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาดของเต้นท์ และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ เช่น…

           รายการที่ 1 

          - เต้นท์ ขนาด 3 คน ราคา 250 บาท/คืน
          - เต้นท์โดม ขนาด 5 คน ราคา 400 บาท/คืน
          - เต้นท์เคบิน ขนาด 6 คน ราคา 500 บาท/คืน
          - เต้นท์ค่าย ขนาด 6 คน ราคา 500 บาท/คืน

          แต่ละประเภทจะได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอน ที่รองนอน ถุงนอน และชุดสนาม

           รายการที่ 2

          - เต้นท์ ขนาด 2 คน ราคา 400 บาท/คืน
          - เต้นท์โดม ขนาด 4 คน ราคา 800 บาท/คืน
          - เต้นท์เคบิน ขนาด 4 คน ราคา 800 บาท/คืน
          - เต้นท์ค่าย ขนาด 4 คน ราคา 800 บาท/คืน

          แต่ละประเภทจะได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอนใหญ่ ที่นอน ผ่าห่ม และชุดสนาม

          กรณีที่นำเต้นท์ไปกางเอง ต้องเสียค่าบริการสถานที่ 30 บาท/คน/คืน หากไม่มีเครื่องนอนก็ใช้บริการเครื่องนอนและอุปกรณ์สนามของอุทยานฯ มีอัตราค่าบริการเครื่องนอนกรณีนำเต้นท์ไปเอง มีดังนี้…

          - ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอน ถุงนอน ที่รองนอน และชุดสนาม ราคา 150 บาท/ชุด/คืน

          - ชุดเครื่องนอน ประกอบด้วย หมอนใหญ่ ที่นอน ผ่าห่ม และชุดสนาม ราคา 200 บาท/ชุด/คืน

สถานที่ติดต่อ

          อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง หมู่ 5 ตำบลกึ๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ 50300 โทรศัพท์ 0 5326 3910, 0 5326 3911 โทรสาร 0 5324 8491 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
dnp.go.th

Tags: ,
Jun 08

ปาย

ปาย 
ปาย

          การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแม่ฮ่องสอน เปิดเส้นทางท่องเที่ยวทางรถยนต์เข้าสู่แม่ฮ่องสอน นำศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวของ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดใกล้เคียงเข้าด้วยกันเพิ่มความน่าสนใจให้แก่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทย กระตุ้นฤดูกาลท่องเที่ยว และเป็นทางเลือกใหม่ของนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางโดยรถยนต์ โดยเส้นทางท่องเที่ยว 9 เส้นทาง จะประกอบด้วย เส้นทางที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เส้นทางท่องเที่ยวที่เริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว และเส้นทางที่มีศักยภาพในอนาคต ประกอบด้วย…

เส้นทางที่ 1 “เส้นทาง อมตะแห่งขุนเขา พันแปดร้อยหกสิบสี่ (1,864) โค้ง”

          วันแรก : เริ่มต้นจากตัวเมืองเชียงใหม่ โดยทางหลวง 108 ผ่านหางดง แวะนมัสการพระบรมธาตุศรีจอมจอมทอง ตรงเข้าสู่อำเภอฮอด แวะชมอุทยานแห่งชาติออบหลวง จากนั้นไปสวนสนบ่อแก้ว แล้วเดินทางต่อยังอำเภอแม่สะเรียง สัมผัสแม่สะเรียง เช่น นมัสการพระธาตุ 4 จอม ประกอบด้วย พระธาตุจอมแจ้ง พระธาตุจอมทอง พระธาตุจอมมอญ พระธาตุจอมกิตติ รวมทั้ง พิพิธภัณฑ์แม่สะเรียง ศูนย์ศิลปาชีพแม่สะเรียง พักค้างแรมที่แม่สะเรียง หากมีเวลาไปล่องเรือแม่น้ำสาละวิน

          วันที่สอง : ออกจากแม่สะเรียง สู่แม่ลาน้อย แวะชิมกาแฟห้วยห้อมที่ศูนย์บริการท่องเที่ยวแม่ลาน้อย แล้วไปสัมผัสถ้ำแก้วโกมล (หนึ่งใน 3 ของโลก และ แหล่งท่องเที่ยวอันซีน) จากนั้นเข้าสู่อำเภอขุนยวม ชมพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 วัดต่อแพ ทุ่งดอกบัวตองบนดอยแม่อูคอ (เฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายน – กลางธันวาคม) แล้วตรงเข้าสู่แม่ฮ่องสอน รับประกาศนียบัตรผู้พิชิต 1,864 โค้ง จากหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน

          วันที่สาม : เช้าตักบาตรพระ ชมตลาดสายหยุด พระธาตุดอยกองมู วัดจองคำ-จองกลาง แล้วออกเดินทางไปชมสถานที่ท่องเที่ยวนอกเมือง เช่น ถ้ำปลา หมูบ้านจีนยูนนานรักไทย โครงการตามประราชดำริปางตอง 2 หรือ ปางอุ๋ง ภูโคลนคันทรี่คลับ ตอนเย็นกลับที่พักในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน กลางคืนสัมผัสกิจกรรมถนนคนเดิน

          วันที่สี่ : ออกจากแม่ฮ่องสอน ไปปางมะผ้า ชมถ้ำน้ำลอด (แหล่งท่องเที่ยวอันซีน) เดินทางต่อไปยังปาย แวะจุดชมวิวดอยกิ่วลม ถึงปาย นมัสการหลวงพ่ออุ่นเมืองที่วัดน้ำฮู หมู่บ้านจีนสันติชล จิบกาแฟที่คอฟฟี่อินเลิฟ เก็บภาพอันสวยงามที่สะพานประวัติศาสตร์ปาย โป่งร้อนท่าปาย ชมทิวทิศน์ยามเย็นเมืองปายที่วัดพระธาตุแม่เย็น เข้าที่พักในปาย ตอนค่ำสัมผัสเมืองปายยามค่ำคืนบริเวณถนนรังสิยานนท์

          วันที่ห้า : เช้าออกจากปาย ไปสัมผัสอากาศหนาวเย็น ทะเลหมอก สูดอากาศแสนบริสุทธิ์ ที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จากห้วยน้ำดัง เข้าสู่เชียงใหม่ แวะชมโป่งเดือดป๋าแป๋ (น้ำพุร้อนประเภทไกเซอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย) บ่ายถึงเชียงใหม่ โดยสวัสดิภาพ

          • หมายเหตุ : การท่องเที่ยวตามเส้นทางนี้ หากมีเวลาจำกัด สามารถปรับโปรแกรมเป็น 3 วัน 2 คืน ได้

เส้นทางที่ 2 “เส้นทางโรแมนติกแห่งปาย”

          วันแรก : เริ่มต้นจากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทาง 108 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทาง 1095 บริเวณบ้านแม่มาลัย แวะชมโป่งเดือดป๋าแป๋ ก่อนเข้าปาย สัมผัสทิวทัศน์อันสวยงามอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ถึงปายตอนบ่ายๆ ชมสะพานประวัติศาสตร์ปาย จิบกาแฟที่ร้านกาแฟวาวี หรือที่คอฟฟี่อินเลิฟพร้อมบรรยากาศชิวๆ ก่อนเข้าที่พัก

          วันที่สอง : เช้าสัมผัสปายยามเช้า สายไปนมัสการหลวงพ่ออุ่นเมืองที่วัดน้ำฮู ชมหมู่บ้านจีนสันติชล โป่งร้อนท่าปาย ชมทิวทิศน์ยามเย็นเมืองปายที่วัดพระธาตุแม่เย็น เข้าที่พักในปาย ตอนค่ำสัมผัสเมืองปายยามค่ำคืนบริเวณถนนรังสิยานนท์

          วันที่สาม : ออกเดินทางจากปาย ไปอำเภอปางมะผ้า แวะสัมผัสอากาศหนาวที่จุดชมวิวกิ่วลม จากนั้นไปชมความมหัศจรรย์ถ้ำน้ำลอด จากถ้ำน้ำลอด ตรงเข้าสู่แม่ฮ่องสอน พร้อมสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวอันขึ้นชื่อต่างๆ ในแม่ฮ่องสอน เช่น ถ้ำปลา ปางอุ๋ง บ้านรักไทย ภูโคลน วัดจองคำ-จองกลาง พระธาตุดอยกองมู

          วันที่สี่ : จากแม่ฮ่องสอน ไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวตามเส้นทางจาก แม่ฮ่องสอน ขุนยวม แม่ลาน้อย แม่สะเรียง (อาจแวะพักค้างแรมที่แม่สะเรียง เพื่อเข้าสู่เชียงใหม่ หรือ ท่องเที่ยวต่อตามเส้นทางท่องเที่ยว 3 แม่ในวันถัดไป) 

          • หมายเหตุ : แหล่งท่องเที่ยวเส้นทางที่ 1 และ 2 สามารถปรับชมได้ตามความต้องการ เพราะเส้นทางที่ 1 และเส้นทางที่ 2 เพราะสามารถเดินทางเป็นรอบวงกลมเดียวกันได้

เส้นทางที่ 3 “เส้นทางสูงสุดแดนสยาม งามทุ่งบัวตอง กองมูเสียดฟ้า”

          วันแรก : เริ่มต้นจากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปยังจอมทอง ตามทางหลวง 108 เลี้ยวเข้าสู่อุทยานแห่งชาติอินทนนท์ ตามเส้นทางแวะชม น้ำตกแม่กลาง โครงการหลวงขุนวาง พระธาตุนภเมทนีดล พระธาตุนภพลภูมิสิริ จากนั้นเข้าสู่แม่แจ่ม เมืองเล็กๆ กลางหุบเขา มีชนพื้นเมืองชาวลัวะ ที่ยังคงทอผ้าที่มีลวดลายเป็นของตนเอง อีกหนึ่งสินค้ามีชื่อจากอำเภอแม่แจ่ม จากแม่แจ่มเข้าสู่ขุนยวม หากเดินทางในช่วงพฤศจิกายน – กลางธันวาคม ทุ่งดอกบัวตองบานบนดอยแม่อูคอจะบานสะพรั่งและสวยงาม จากนั้นเข้าสู่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยกองมู อันศักดิ์สิทธิ์ ของชาวแม่ฮ่องสอน

          วันที่สอง : สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนสามารถเดินทาง ท่องเที่ยวต่อตามเส้นทาง - แม่ฮ่องสอน – ปางมะผ้า – ปาย – เชียงใหม่ (เส้นทางท่องเที่ยวที่ 1)

เส้นทางที่ 4 “เส้นทาง สาม (3) แม่”

          วันแรก : เริ่มต้นจากตัวเมืองแม่สอด จังหวัดตาก เดินทางสู่แม่สะเรียง ตามเส้นทาง 105 ผ่านแหล่งท่องเที่ยว ที่น่าสนใจ ได้แก่ ตลาดริมเมยที่แม่สอด นมัสการพระพุทธรูปหินอ่อนที่แม่ระมาด ถ้ำแม่อุสุที่สบเมย อุทยานแห่งชาติแม่เมย และเข้าสู่แม่สะเรียง 

          วันที่สอง : เดินทางนมัสการพระธาตุ 4 จอม ( จอมทอง / จอมมอญ /จอมกิตติ /จอมแจ้ง ) แวะล่องเรือหางยาว ชมลำน้ำสาละวิน ณ บ้านแม่สามแลบ แวะชมและซื้อสินค้าของที่ระลึกที่ศูนย์ศิลปาชีพแม่สะเรียง จากแม่สะเรียงสามารถเดินทาง ท่องเที่ยวต่อตามเส้นทาง - จาก แม่สะเรียง - แม่ลาน้อย - ขุนยวม - แม่ฮ่องสอน - ปางมะผ้า - ปาย และเชียงใหม่ (เส้นทางเส้นท่องเที่ยวเส้นทางที่ 1)

เส้นทางที่ 5 “เส้นทางเมืองเถิน สู่ดอยเต่า เข้าแม่สะเรียง”

          วันแรก : เริ่มต้นอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เข้าลี้ จังหวัดลำพูน เข้าดอยเต่า ถึงดอยเต่าแวะชมทะเลสาบดอยเต่าเนือเหนือเขื่อนภูมิภล จากนั้นเข้า อำเภอฮอด ถึง ฮอด จากฮอดสามารถเดินทาง ท่องเที่ยวต่อตามเส้นทาง - จากฮอด – แม่สะเรียง แม่ลาน้อย ขุนยวม แม่ฮ่องสอน ปางมะผ้า ปาย และ เชียงใหม่ (เส้นทางท่องเที่ยวเส้นทางที่ 1)

          * หมายเหตุ เส้นทางนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจาก กรุงเทพฯ และ ภาคอื่นๆ ที่ต้องการเดินทางมาแม่ฮ่องสอน เป็นจุดหมายแรก

เส้นทางที่ 6 “เส้นทางจากดอยแม่สลอง สู่ท่าตอน พักผ่อนที่เมืองปาย”

          วันแรก : เริ่มต้น จากจังหวัดเชียงราย แวะชม ดอยแม่สะลอง ชิมชารสเลิศ เดินทางต่อมายังท่าตอน ผ่านอำเภอฝาง เชียงดาว เข้าแม่แตง เลี้ยวขวาเข้าอำเภอปาย ถึงปายจากฮอดสามารถเดินทาง ท่องเที่ยวต่อตามเส้นทาง - จากฮอด – แม่สะเรียง แม่ลาน้อย ขุนยวม แม่ฮ่องสอน ปางมะผ้า ปาย และ เชียงใหม่ (เส้นทางท่องเที่ยวเส้นทางที่ 1)

เส้นทางที่ 7 “เส้นทางสัมผัสสะเมิง สู่สนสวยวัดจันทร์ สุดมันที่เมืองปาย”

          วันแรก : เริ่มต้น จังหวัดเชียงใหม่ เดินทางเข้าสะเมิงผ่านทางแม่ริม จากตัวเมืองเชียงใหม่ 17 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าน้ำตกแม่สา แวะชมสวนงู สวนกล้วยไม้ ฟาร์มผีเสื้อ น้ำตกแม่สา ปางช้างแม่สา และสวนพฤษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ( แวะซื้อสตรอเบอรี่สดได้ ช่วง เดือนกุมภาพันธ์ )จากนั้น เข้าอำเภอสะเมิง ผ่านบ้านขุนแม่ทะละ บ้านดงสาหมื่น บ้านวัดจันทร์ (เส้นทางจากบ้านขุนแม่ทะละถึงบ้านวัดจันทร์ เป็นเส้นทางออฟโรด )

          วันที่สอง : จากบ้านวัดจันทร์ มุ่งสู่อำเภอปาย สัมผัสเมืองปาย จากปายสามารถเดินทางทางเที่ยวต่อตามเส้นทาง - จากปาย ไป ปางมะผ้า ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน แม่สะเรียง ฮอด จอมทอง เชียงใหม่ (เส้นทางที่ 1) - จากปาย กลับ เชียงใหม่ แวะ ห้วยน้ำดัง โป่งเดือดป่าแป๋ (เส้นทางที่ 2)

เส้นทางที่ 8 “เส้นทางออฟโรด จากป่าสนวัดจันทร์ ห้วยปูลิง สู่เมืองสามหมอก”

          วันแรก : เริ่มต้นจากตัวเมืองเชียงใหม่ สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเส้นทางแม่ริม-สะเมิง ไปยังบ้านวัดจันทร์ พักค้างแรมที่บ้ายวัดจันทร์ เช่น บ้านพักองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้วัดจันทร์

          วันที่สอง : สัมผัสความสวยงามป่าสน แล้วออกเดินทางจากบ้านวัดจันทร์ ตะลุยเส้นทางสุดมัน ผ่านบ้านห้วยตอง บ้านห้วยปูเลย ห้วยปูลิง บ้านห้วยฮี้ พักค้างแรมที่บ้านห้วยฮี้ สัมผัสวิถีชีวิตหมู่บ้านปกาเกอะญอ 

          วันที่สาม : ออกจากบ้านห้วยฮี้ เข้าสู่เมืองแม่ฮ่องสอน จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนสามารถท่องเที่ยวท่องเที่ยวตามเส้นทาง - จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ไปยัง แม่ลาน้อย แม่สะเรียง ฮอด จอมทอง เชียงใหม่ (เส้นทางที่ 1) - จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ไปยัง ปางมะผ้า ปาย เชียงใหม่ (เส้นทางที่ 2)

เส้นทางที่ 9 “เส้นทางสักการะเจ้าแม่จามเทวี พระธาตุจอมทอง ท่องท่องเมืองสามหมอก”

          วันแรก : เริ่มต้นจากตัวเมืองลำพูน สักการะพระธาตุหริภุญชัย และ อนุสาวรีย์เจ้าแม่จามเทวี แล้วเดินทางออกจากเมืองลำพูน ไปบ้านหนองเงือก อ.ป่าซาง แวะซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายอันลือชื่อของลำพูน จากนั้นเดินทางไปสู่อำเภอจอมทอง นมัสการพระธาตุจอมทอง จากจอมทองสามารถเดินทางท่องเที่ยวตามเส้นทาง - เส้นทางที่ 1 จากจอมทอง ไปยัง อำเภอฮอด แม่สะเรียง แม่ลาน้อย แม่ฮ่องสอน - เส้นทางที่ 3 จากจอมทอง ไปยัง อินทนนท์ แม่แจ่ม ขุนยวม แม่ฮ่องสอน 

          นักท่องเที่ยวสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน โทร. 053-612982 – 3

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
 

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Oaddybeing

Tags: ,
May 28

 

          อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอขุนยวมและอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน สภาพพื้นที่เป็นป่าเขาเรียงรายสลับซับซ้อน มีภูเขาหินและหน้าผาน้อยใหญ่สูงชันในลักษณะที่แตกต่างกันและคล้ายกันที่สวยงามหลายแห่ง เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่อุดมสมบูรณ์ ตลอดจนมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกต่างๆ มีเนื้อที่ประมาณ 396.60 ตารางกิโลเมตร หรือ 247,875 ไร่ ได้ประกาศจัดตั้งเป็น “อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์” เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2524 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 37 ของประเทศไทย

ลักษณะภูมิประเทศ

          พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีภูเขาหินและภูเขาบางลูกจะมีหน้าผาสูงชันโดยเฉพาะที่ ดอยวิดจา ดอยปุงถุ่น เป็นต้น และเป็นต้นน้ำลำธารต่าง ๆ หลายสาย ซึ่งลำธารเหล่านี้ไหลลงสู่ แม่น้ำปาย มีสภาพป่าที่แตกต่างกันหลายชนิด คือ ป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบ ป่าเต็งรัง ป่าสนเขา จะอยู่ในบริเวณสันเขาสูง ชนิดไม้ที่พบ เช่น สนสองใบ นอกจากนี้ยังสามารถพบกล้วยไม้หลายชนิดที่ สวยงาม ได้แก่ ฟ้ามุ่ย พวงมาลัย หางกระรอก ช้างกระ เอื้องคำ เป็นต้น

ลักษณะภูมิอากาศ

          อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ มีอากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะฤดูหนาวบนยอดเขาอากาศเย็นมาก ฤดูฝนจะมีฝนตกชุกทำให้การเดินทางไม่สะดวก ฤดูหนาวและฤดูร้อนเหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยว

พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า

          อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์มีสภาพป่าที่แตกต่างกันไปหลายชนิด ประกอบด้วย …

          ป่าดิบเขา พบขึ้นเป็นแถบยาวไปตามแนวสันเขา หรือขึ้นปกคลุมอยู่เป็นหย่อมๆ ในระดับความสูงจากน้ำทะเล 800 เมตรขึ้นไป ชนิดของไม้ที่สำคัญได้แก่ ก่อแป้น ก่อใบเหลื่อม ก่อเดือย มะก่อ ทะโล้ มะมุ่นดง ไก๋แดง กล้วยฤาษี เหมือดคนตัวผู้ ไคร้มด ฯลฯ พืชพื้นล่างได้แก่ โชนใหญ่ กูดดอย ตองกง สาบหมา ยาแก้ เอ็นอ้าดอย หนาดเขา บัวตอง เป็นต้น สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในป่าประเภทนี้ได้แก่ เสือดาว ชะนีมือขาว ค่างแว่นถิ่นเหนือ เม่นใหญ่ บ่าง กระรอกดินแก้มแดง อ้นใหญ่ นกหกเล็กปากแดง นกคัดคูมรกต นกพญาปากกว้างหางยาว นกพญาไฟแม่สะเรียง กิ้งก่าเขาเล็ก จิ้งเหลนเรียวท้องเหลือง งูลายสาบคอแดง งูแม่ตะง่าว กระท่าง อึ่งกรายหนังปุ่ม กบชะง่อนหินเมืองเหนือ ปาดตีนเหลือง ปาดแคระ ผีเสื้อหางติ่งเฮเลน ผีเสื้อหางมังกรขาว และผีเสื้อเหลืองหนามธรรมดา 

          ป่าเบญจพรรณ พบขึ้นปกคลุมในพื้นที่ที่มีความลาดชันไม่สูงมากนักตามหุบเขาของร่องห้วยต่างๆ เช่น บริเวณหุบเขาของร่องห้วยแม่สะกึด ห้วยโป่งกาน ห้วยไม้ซางหนามห้วยแม่จ๋า ห้วยน้ำแม่สุรินทร์ เป็นต้น ในระดับความสูงจากน้ำทะเล 350-600 เมตร ชนิดของไม้และพืชพื้นล่างที่สำคัญได้แก่ เสลา สมอพิเภก ยมหอม มะแฟน ตะแบกเปลือกบาง มะเกลือ กระโดนสร้อย ชิงชัน เปล้าหลวง หมีเหม็น เพกา ไผ่ซางนวล ไผ่บงดำ ไผ่ป่า ว่านมหาเมฆ ขมิ้นแดง กระทือ บอนเต่า หนามคนทา สะแกเครือ หนอนตายหยาก ฯลฯ สัตว์ป่าที่พบได้แก่ ค้างคาวหน้ายักษ์สามหลืบ พบเป็นจำนวนมากที่ถ้ำห้วยสลอย ค้างคาวมงกุฎเล็ก กวางป่า อีเห็นข้างลาย อ้นกลาง หนูผีหางหมู ไก่ป่า นกกระทาป่าไผ่ นกตีทอง นกแซงแซวหางปลา นกหัวขวานเขียวตะโพกแดง นกปรอดหัวสีเขม่า ตุ๊กแกบ้าน กิ้งก่าบินปีกสีส้ม จิ้งเหลนหลากหลาย งูเห่า งูเขียวหัวจิ้งจก อึ่งกรายลายเลอะ กบหลังตาพับ กบกา กบอ่อง ผีเสื้อเชิงลายมหาเทพ ผีเสื้อหนอนคูณหนวดดำ และผีเสื้อหัวแหลมกระบอง เป็นต้น 

          ป่าเต็งรัง เป็นสังคมพืชที่มีพื้นที่ปกคลุมมากที่สุดในอุทยานแห่งชาติ สามารถพบได้ตั้งแต่ระดับความสูงของน้ำทะเลประมาณ 350-1,400 เมตร ชนิดไม้และพืชพื้นล่างที่พบได้แก่ พลวง เต็ง เหียง รัง สนสองใบ รักใหญ่ รกฟ้า ส้านใหญ่ ตับเต่าต้น แคทราย ครามป่า เป้งดอย หญ้าหนวดฤาษี หญ้ากาย หญ้าแขมน้อย หญ้าดอกคำ ฯลฯ สัตวป่าที่อาศัยอยู่ในป่าประเภทนี้ได้แก่ เหยี่ยวนกเขาหงอน นกเค้าแคระ นกจาบคาหัวสีส้ม นกหัวขวานสี่นิ้วหลังทอง นกเด้าดินสวน นกกาแวน กระเล็นขนปลายหูสั้น กระจ้อน กระแตธรรมดา ค้างคาวขอบหูขาวกลาง แย้ กิ้งก่าแก้ว จิ้งเหลนภูเขาเกล็ดเรียบ ผีเสื้อจรกาหนอนยี่โถ ผีเสื้อจ่าพม่า และผีเสื้อเณรธรรมดา เป็นต้น 

          ป่าสนเขา จะอยู่ในบริเวณสันเขาสูง ชนิดไม้ที่พบ เช่น สนสองใบและสนสามใบ นอกจากนี้ยังสามารถพบกล้วยไม้อีกหลายชนิดที่สวยงาม ได้แก่ รองเท้านารี เอื้องแซะ ฟ้ามุ่ย พวงมาลัย หางกระรอก ช้างกระ เอื้องคำ เป็นต้น

          ในบริเวณแม่น้ำและลำห้วยต่างๆ เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของปลาไหลหูดำ ที่พบค่อนข้างมากในแม่น้ำปาย ปลาหลด ปลากระทิง ปลาซิวใบไผ่ ปลาหัวตะกั่ว ปลาก้าง ปลาพลวง นกเป็ดผีเล็ก นกยางโทนน้อย และนกยางเขียว 

สถานที่ท่องเที่ยว

          น้ำตกแม่สุรินทร์ 

          เป็นน้ำตกชั้นเดียวที่สวยงามมากมีน้ำไหลตลอดทั้งปีนับว่าเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เกิดจากแม่น้ำสุรินทร์ มีธรรมชาติรอบด้านเป็นภูเขาสูงชันไหลลงมาเป็นสายยาวจากหน้าผาสู่หุบเขาสูงประมาณ 80 เมตร    การเดินทางใช้ได้เฉพาะฤดูแล้ง และฤดูหนาว ตั้งอยู่ห่างจากอำเภอขุนยวม ประมาณ 38 กิโลเมตร ในช่วงเดือนพฤศจิกายน สองข้างทางไปน้ำตกแม่สุรินทร์จะเต็มไปด้วยทุ่งดอกบัวตอง ซ่งต้องผ่านทางดอยแม่อูคอครับ 

          น้ำตกดำข่อน (น้ำตกผาบ่อง) 

          เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากห้วยดำข่อน ซึ่งเป็นหน้าผาสูงชันเป็นชั้น ๆ ลดหลั่นลงมาถึง 3 ชั้น มีความสูงประมาณ 40 เมตร และด้านซ้ายของน้ำตกนี้ยังแยกเป็นน้ำตกเล็ก ๆ มีระยะห่างจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนประมาณ 12 กิโลเมตร เดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

          แม่น้ำปาย 

          มีชายหาดที่สวยงามเหมาะสำหรับตั้งค่ายพักแรมพักผ่อนหย่อนใจ และการล่องแพตามลำน้ำที่น่าตื่นตาตื่นใจการเดินทางใช้เส้นทางเดินเท้าจากน้ำตกแม่สุรินทร์ ประมาณ 2 ชั่วโมง

          น้ำฮูหายใจ 

          เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่แปลก กล่าวคือ ทุก ๆ 25 นาที จะมีสายน้ำพุ่งออกมาจากรูผนังถ้ำ ซึ่งสันนิษฐานว่า เกิดจากแรงดันของธารน้ำในชั้นหินตามรอยร้าวของเปลือกโลก อยู่ในตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ใช้เวลาเดินเท้าจากบ้านห้วยน้ำแม่สะกึดประมาณ 3-4 ชั่วโมง

          หนองเขียว 

          มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มบนสันเขา บริเวณโดยรอบมีที่ราบกว้างประมาณ 200 ไร่ มีป่าสนเขาเป็นพื้น มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่กลางหุบเขา บริเวณโดยรอบมีที่ราบกว้างประมาณ 200 ไร่ มีป่าสนเขาเป็นพื้น การเดินทางใช้เส้นทางเดินเท้าจากน้ำตกแม่สุรินทร์ ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมือง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ สร.1 (น้ำตกแม่สุรินทร์) ประมาณ 12 กิโลเมตร มีหมู่บ้านปกากะเญอตั้งอยู่ใกล้เคียง

          กิจกรรม : เดินป่าศึกษาธรรมชาติ, ชมพรรณไม้, ชมทิวทัศน์      

          ยอดดอยปุย 

          เป็นยอดเขารูปร่างคล้ายฝาชีข้างบนยอดแบนราบคล้ายภูกระดึง มีความสูง 1,722 เมตร บริเวณยอดดอยอากาศหนาวจัด มีพันธุ์ไม้เมืองหนาว ทุ่งหญ้า ป่าสนและป่าดิบเขาขึ้นอยู่ทั่วไป และในช่วงฤดูร้อนจะมีดอกไม้ กล้วยไม้ขึ้นอยู่เต็มดอย
ห้วยฝายคอ เป็นพื้นที่โครงการเทอดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์พันธุ์พืชและสัตว์ป่าต่างๆเอาไว้ โดยตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ

สิ่งอำนวยความสะดวก

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่ประสงค์พักแรมที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ทางอุทยานฯได้มีบ้านพักและได้จัดที่กางเต็นท์ไว้บริการ

การเดินทาง

          น้ำตกแม่สุรินทร์ ต้องเดินทางจากอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 ไปอำเภอขุนยวมเป็นระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตรจากอำเภอขุนยวมจึงเดินทางต่ออีกเป็นระยะทาง 40 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกแม่สุรินทร์

          ที่ทำการอุทยานฯและบ้านพัก ตั้งอยู่ในเขต อ.เมือง ตามเส้นทาง 1095 แม่ฮ่องสอน-ปาย ออกไปประมาณ 9 กม. มีป้ายบอกทางเข้าอุทยานฯ อีก 2 กม. ที่ทำการอุทยานฯ อยู่ห่างจากน้ำตกแม่สุรินทร์ประมาณ 110 กม.

สถานที่ติดต่อ

          อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ ตู้ ปณ. 16 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน 58000 โทรศัพท์ : 053 - 612 996 
 
 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
oceansmile.com
dnp.go.th

Tags: ,
May 13

          เมื่อหน้าหนาวมาเยือน ก็ถึงเวลาที่บรรดาดอกไม้นานาพันธุ์จะผลิดอกออกผล ซึ่งสถานที่ที่เราจะได้เห็นบรรดาดอกไม้ออกดอกได้สาวยงามที่สุด คงไม่พ้นแถบภาคเหนือของประเทศไทยที่มีสภาพอากาศที่เย็นกว่าที่อื่นนั่นเอง

ทุ่งดอกบัวตอง

          เมื่อเอ่ยถึงภาคเหนือแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงจังหวัดเชียงใหม่หรือเชียงรายเท่านั้น แต่ในวันนี้เราจะขอแนะนำจังหวัดแม่ฮ่องสอน หรือที่รู้จักกันในนาม “เมืองสามหมอก” โดยทุกๆ วันที่ 1 พฤศจิกายน จนถึงเดือนธันวาคม ของทุกปี ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้นจะมีการจัดงาน “เทศกาลดอกบัวตองบาน” ซึ่งว่ากันว่าช่วงเวลานี้ของแม่ฮ่องสอนนั้นน่าไปเยือนอย่างยิ่ง

          ดอกบัวตองนั้นเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยดอกบัวตองเป็นดอกไม้ป่าชนิดหนึ่งที่ดอกจะมีสีเหลืองอร่าม หากใครไม่รู้จักอาจคิดว่ามันคือดอกทานตะวันก็เป็นได้ ซึ่งความคล้ายคลึงจึงทำให้บางครั้งถูกเรียกว่า ทานตะวันป่า หรือ ทานตะวันดอก ขณะที่ชาวล้านนาเรียก “บัวตอง” 

          โดยชื่อสามัญของดอกบัวตองคือ Mexican Sunflower Weed หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Tithonia diversifolia (Hemsl.) A. Gray. ซึ่งจริงๆ แล้วดอกบัวตองก็เป็นพืชในตระกูลทานตะวันขนาดเล็ก มีถิ่นกำเนิดจากประเทศในแถบทวีปอเมริกากลางอย่างเม็กซิโก แต่ก็ไม่รู้เพราะเหตุใดที่ทำให้ดอกบัวตองมาอยู่ในแถบภาคเหนือของประเทศไทยได้

          ทั้งนี้ดอกบัวตองยังแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วและมีอายุยืนยาว สามารถสูงได้ถึง 5 เมตร มีสีเหลืองคล้ายดอกทานตะวัน แต่มีขนาดที่เล็ กกว่าดอกทานตะวัน เป็นลักษณะใบเดี่ยวที่มีขอบหยัก กลีบดอกเรียวมีประมาณ 12-14 กลีบ ชอบขึ้นในพื้นที่ที่มีอากาศเย็น จะออกดอกสวยงามที่สุดบนยอดดอยที่สูงกว่า 800 เมตรขึ้นไป 

          โดยจะออกดอกในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมเท่านั้น ซึ่งดอกบัวตองบนดอยแม่อูคอจะบานเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่งในพื้นที่เกือบ 1,000 ไร่ บนความสูงราวๆ 1,600 เมตร จากระดับน้ำทะเล

ที่ตั้ง

          ที่ตั้งของดอยแม่อูคอนั้นอยู่ที่ ตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยแหล่งดอกบัวตองในจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้นมีอยู่ 2 แห่ง แต่ที่นักท่องเที่ยวนิยมก็คือที่ดอยแม่อูคอนี่แหละ ส่วนอีกแห่งนั้นอยู่ที่ดอยแม่เหาะ เขตอำเภอแม่สะเรียง แม้ดอกบัวตองที่ดอยแม่เหาะจะไม่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาเท่าที่ดอยแม่อูคอ แต่สามารถเดินทางไปได้ง่ายกว่าและมีสิ่งอำนวยความสะดวกเยอะกว่า ขณะที่ดอยแม่อูคอ คุณสามารถแบกเป้ไปกางเต็นท์ท่ามกลางทุ่งบัวตองได้

การเดินทาง

          การเดินทางไปดอยแม่อูคอนั้นสามารถเดินทางได้จากเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 จากอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทางราวๆ 200 กิโลเมตร หรือ 67 กิโลเมตร จากจังหวัดแม่ฮ่องสอน เลี้ยวสู่ทุ่งบัวตอง 26 กิโลเมตร หรือน้ำตกแม่สุรินทร์ 37 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางและลูกรัง หรือคุณสามารถใช้เส้นทางจาก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านดอยอินทนนท์เข้าสู่ทุ่งบัวตองได้ 

          ส่วนทุ่งดอกบัวตอง ที่ดอยแม่เหาะ นั้นห่างจากอำเภอแม่สะเรียงประมาณ 16 กิโลเมตร อยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 ตรงหลักกิโลเมตรที่ 84 ใครชอบแบบไหนก็สามารถเลือกไปกันได้นะจ๊ะ

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ

          - ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน โทร. 0-5361-2982-3 
          - อบจ.แม่ฮ่องสอน โทร. 053-611385 
          - อำเภอขุนยวม โทร. 053-691108 อบต.ขุนยวม โทร. 053-691466

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
panyathai.or.th

Tags: ,
May 10

          อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นหนึ่งในอำเภอของจังหวัดแม่ฮ่องสอนตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้…

          ทิศเหนือ ติดต่อกับรัฐกะยา (ประเทศพม่า) และอำเภอปางมะผ้า 
          ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอปางมะผ้า อำเภอปาย และอำเภอแม่แจ่ม (จังหวัดเชียงใหม่) 
          ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอแม่แจ่ม (จังหวัดเชียงใหม่) และอำเภอขุนยวม 
          ทิศตะวันตก ติดต่อกับรัฐกะยา (ประเทศพม่า)

คำขวัญ

          หนาวสุดหนาว พันเขาเคล้าทะเลหมอก งามล้ำถ้ำปลาน่ามอง ปางตองครองสง่าคู่พระบารมี


การปกครองส่วนภูมิภาค

          อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 7 ตำบล 75 หมู่บ้าน ได้แก่

          1. จองคำ (Chong Kham) 2 หมู่บ้าน  
          2. ห้วยโป่ง (Huai Pong) 15 หมู่บ้าน  
          3. ผาบ่อง (Pha Bong) 13 หมู่บ้าน  
          4. ปางหมู (Pang Mu) 14 หมู่บ้าน  
          5. หมอกจำแป่ (Mok Champae) 11 หมู่บ้าน  
          6. ห้วยผา (Huai Pha) 9 หมู่บ้าน  
          7. ห้วยปูลิง (Huai Pu Ling) 11 หมู่บ้าน

สถานที่ท่องเที่ยว

          อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชา

          อยู่ต้นถนนขุนลุมประพาส ประวัติของพระยาสิงหนาราช เดิมชื่อ ชานกะเล เป็นชาวไทยใหญ่ ได้รวบรวมผู้คนตั้งหมู่บ้านชื่อว่า “บ้านขุนยวม” ต่อมาได้ยกขึ้นเป็นเมือง จวบจนปี พ.ศ. 2417 จึงได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นเมืองแม่ฮ่องสอน และพระเจ้าอินทวิชยานนท์เจ้าครองนครเชียงใหม่ ได้ยกบรรดาศักดิ์ชานกะเล เป็นพระยาสิงหนาทราชา และแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก

 

 

          วัดพระนอน   

          อยู่เชิงดอยกองมู เป็นที่ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่ สร้างด้วยศิลปะไทยใหญ่ พ.ศ. 2418 และเป็นพระนอนองค์ขนาดยาว 12 ม. ซึ่งมีพุทธลักษณะงดงามมาก ตามประวัติเล่าว่าพระนางเมียะภริยาของพระยาสิงหนาทราชาเป็นผู้สร้าง ภายในบริเวณมีรูปปั้นสิงโตขนาดใหญ่ 2 ตัวสร้างโดยพระยาสิงหนาทราชา และพระนางเมียะ อยู่เคียงข้างระหว่างทางที่จะขึ้นไปนมัสการพระธาตุกองมู เป็นสิงโตที่มีลักษณะงดงามและสมบูรณ์มาก นอกจากนี้ภายในวัดยังมีการสอนวิปัสสนาอีกด้วย

 

 

          วัดหัวเวียงหรือวัดกลางเมือง

          อยู่ที่ถนนสิหนาทบำรุง ต.จองคำ (อยู่ติดกับตลาดเช้าบริเวณสี่แยกไฟแดง) เป็นวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2406 เป็นที่ประดิษฐานของพระเจ้าพาราละแข่ง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องประจำเมืองที่งดงามมาก มีประวัติว่าหล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” ซึ่งเป็นเจ้าพาราละแข่งองค์จริง ณ เมือง มัณฑะเลย์ ประเทศพม่า โดยลุงจองโพหย่า เดินทางไปนิมนต์มา พระเจ้าพาราละแข่งองค์นี้สร้างเป็นท่อนๆ ทั้งหมด 9 ท่อน ล่องมาตามแม่น้ำปาย แล้วนำมาประกอบที่วัดพระนอนและนำมาประดิษฐานที่วัดหัวเวียงหรือ วัดกลางเวียง หรือวัดกลางเมือง ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็น พระพุทธรคู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

          เรือนประทับแรมโป่งแดง

          อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศใต้ประมาณ ๔ กม. ตั้งอยู่ภายในศูนย์โครงการ พัฒนาตามพระราชดำริท่าโป่งแดง ซึ่งทำการทดลองเพาะปลูกพืชผลไม้ ต่างๆ และเลี้ยงหม่อนไหม แยกไปทางซ้ายมือประมาณ 2 กม. มีเรือนประทับแรมตั้งอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ ด้านหน้ามีแม่น้ำปายไหลผ่าน รอบบริเวณปลูกไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม บรรยากาศเหมะแก่การพักผ่อน

 

 

          เขื่อนผลิตไฟฟ้า พลังน้ำผาบ่อง

          อยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ไปทางทิศใต้ประมาณ ๑๒ กม. เป็นเขื่อนกั้นลำน้ำ แม่ระมาด และผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน บริเวณตัวเขื่อนมีศาลาพักร้อนเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ

          บ้านยอดดอย

          (หมู่บ้านแม้วไมโครเวฟ) เป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง ที่อาศัยอยู่บนดอยสูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,000 ม. ความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย และการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างเคร่งครัดของพวกเขา เป็นสิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอยากเดินทางไปสัมผัส โดยเดินทางจากแม่ฮ่องสอนไปหมู่บ้านป่าลาน 32 กม. (เส้นทางแม่ฮ่องสอน-ขุนยวม) และเลี้ยวซ้ายขึ้นหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทางสูงชันอีกราว 8 กม.

          น้ำตกซู่ซ่า

          อยู่ในเขตบ้านแม่สุยะ ต.ห้วยผา เป็นน้ำตกที่ทะลุจากซอกเขาเป็นทางยาวประมาณ 100 ม. ขนานไปกับลำน้ำ ต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 3 ชั่วโมง

 

          วนอุทยานถ้ำปลา

          อยู่ที่บ้านห้วยผา ต.ห้วยผา ห่างจากตัวเมืองประมาณ 17 กม. ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1095 (แม่ฮ่องสอน-ปาย) เส้นทางราดยางเรียบร้อยสามารถเดินทางไปชมได้ทุกฤดูกาล บริเวณโดยรอบเป็นลำธารและป่าเขา ถ้ำปลาตั้งอยู่บริเวณเชิงเขามีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่กว้างประมาณ 2 ม. ลึก 1.50 ม. ภายในแอ่งน้ำมีน้ำไหลออกจากถ้ำใต้ภูเขาอยู่ตลอดเวลา และมีปลาตัวโตๆ อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เรียกชื่อ ว่าปลามุงหรือปลาคังหรือปลาพลวงเป็นปลามีเกล็ดขนาดใหญ่ในวงศ์เดียวกับปลาคาร์พ และถึงแม้จะมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีใครกล้าทำอันตราย เนื่องจากมีความเชื่อว่าเป็นปลาเจ้า หากใครนำไปรับประทานแล้วจะต้องมีอันเป็นไป ปัจจุบันบริเวณวนอุทยานถ้าปลาได้รับการปรับปรุงเป็นแหล่งพักผ่อน

 

          พระตำหนักปางตอง

          อยู่ในเขต ต.หมอกจำแป่ สามารถเดินทางไปโดยใช้เส้นทางเดียวกับทางเข้าวนอุทยานผาเสื่อ และต้องเดินทางต่อไปอีก 5 กม. ตัวเรือนประทับแรมตั้งอยู่บนยอดเขาสูงที่บ้านปางตองในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงปางตอง มีทิวทัศน์สองข้างสวยงาม ทางรถยนต์เข้าถึงและสามารถเดินทางไปสู่หมู่บ้านแม้วนาป่าแปก ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าแม้วที่สุขสงบและน่ารักมาก เลยต่อจากหมู่บ้านแม้วนี้ก็จะสามารถไปถึงหมู่บ้านแม่ออ ซึ่งเป็นหมู่บ้านชายแดนไทย-พม่า และมีกองกำลังพล 93 ตั้งอยู่เป็นบริเวณที่สูง อากาศเย็น และมีทิวทัศน์ที่น่าชมยิ่ง 

 

          วัดพระธาตุดอยกองมู

          ตั้งอยู่บนดอยกองมูทางทิศตะวันตกของตัวเมืองแม่ฮ่องสอน เดินทางโดยแยกจากทางหลวงสาย 108 ตรงบริเวณ อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชาขึ้นไปทางซ้ายมือ เป็นทางราดยางขึ้นภูเขาไปอีกประมาณ 1.5 กม. มีชื่อเรียกแต่เดิมว่า วัดปลายดอน เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญที่สุด ประกอบด้วยพระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม2 องค์ พระเจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดย”จองต่องสู่” เมื่อ พ.ศ. 2403 เป็นที่บรรจุพระธาตุของพระโมคคัลลานะเถระ ซึ่งนำมาจากประเทศพม่า 

          ส่วนพระธาตุเจดีย์องค์เล็กสร้างเมื่อ พ.ศ. 2417โดย “พญาสิงหนาทราชา” เจ้าผู้ครองแม่ฮ่องสอนคนแรก จากวัดพระธาตุดอยกองมูนี้ สามารถมองเห็นภูมิประเทศและสภาพตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจนและสวยงามมาก ปัจจุบันมีถนนลาดยางขึ้นสู่พระธาตุดอยกองมู เป็นระยะทางราว 5 กม. วัดนี้มีงานเทศกาลประจำปีหลายงาน เช่น ในวันปีใหม่ วันสงกรานต์ โดยเฉพาะในวันออกพรรษาจะมีการตักบาตรดาวดึงส์ หรือตักบาตรเทโวด้วย

 

          วัดก้ำก่อ

          (ภาษาไต แปลว่า ดอกบุนนาค) ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดพระนอนเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2433 มีลักษณะสถาปัตยกรรมงดงามไม่แพ้วัดอื่น โดยเฉพาะลักษณะพิเศษที่มีหลังคาคลุมทางเดินตั้งแต่ซุ้มทางเข้าไปสู่ศาลา นอกจากนี้ยังมีตำราภาษาไทยใหญ่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยใหญ่กับเจ้าอโนรธามังช่อ ปัจจุบันได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดย พระมหาบุญรักษ์ สุปัญโญ ท่านเจ้าอาวาสวัดนี้

 

          วัดจองคำ

          อยู่บริเวณสวนสาธารณะหนองจองคำ เป็นวัดเก่าแก่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2370 โดยช่างฝีมือชาวไทยใหญ่ มีศิลปะแบบต่างๆ ที่แปลกและงดงาม หลังคาวัดเป็นรูปปราสาท เพราะมีคติว่าปราสาทเป็นของสูง ผู้ที่ประทับอยู่ในปราสาทควรจะเป็นพระมหากษัตริย์ หรือตัวแทนพระศาสนา วัดจึงเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโตมีขนาดหน้าตักกว้าง 4.85 ม. สร้างเมื่อ พ.ศ. 2469 โดยช่างฝีมือชาวพม่า และมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ซึ่งจำลองมาจากพระศรีศากยมุนีที่วิหารวัดสุทัศน์ ประดิษฐานไว้เป็นพระประธานของวัด เหตุที่เรียกชื่อวัดจองคำ เนื่องจากเสาวัดประดับด้วยทองคำเปลว

 

          วัดจองกลาง
          
          ตั้งอยู่เคียงข้าง กับวัดจองคำ ภายในวิหาร มีแท่นบูชาตั้งพระพุทธสิหิงค์จำลอง มีสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งคือ ตุ๊กตาแกะสลักด้วยไม้เป็นรูปคน และสัตว์เกี่ยวกับพระเวสสันดรชาดก และภาพประวัติเจ้าชายสิทธัตถะ ตลอดจนภาพแสดงให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของคนสมัยนั้นหลายภาพ มีคำบรรยายเป็นภาษาพม่า และมีบันทึกบอกว่าเป็นฝีมือของช่างไทยใหญ่จากมัณฑเลย์

          บ่อน้ำร้อนผาบ่อง

          อยู่หมู่ที่ 1 ต.ผาบ่อง (เส้นทางหลวงหมายเลข 108 บริเวณหลักกม.ที่ 256) อยู่ห่างจากตัวเมือง 11 กม. มีบริเวณ พื้นที่ 8 ไร่ได้จัดสถานที่ไว้อย่างสวยงาม และมีห้องอาบน้ำไว้บริการ และในบริเวณใกล้เคียงก็มีร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย

 

          บ้านน้ำเพียงดิน 

          อยู่ในเขตต.ผาบ่อง เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวนิยมล่องเรือตามลำน้ำปายผ่านบ้านห้วยเดื่อ ไปจนถึงบ้านเพียงดินโดยเรือหางยาว ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ค่าเช่าเรือพร้อมคนขับ 500 บาท รายได้ส่วนหนึ่งนำไปเป็นค่าเลี้ยงดูชาวกระเหรี่ยง ตลอดเส้นทางที่ล่องเรือไปตามลำน้ำจะผ่านระลอกน้ำที่ลดระดับลดหลั่นกันไปคล้ายธารน้ำตก นับเป็นทัศนียภาพที่งดงามแปลกตา จากบ้านน้ำเพียงดินนี้ใช้เวลาล่องเรือไม่นานก็เข้าเขตสหภาพพม่า และถึงบริเวณที่เรียกกันว่า “ผาห่มน้ำ” ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปกันเสมอ จากบ้านน้ำเพียงดินนั่งเรือไปอีกประมาณ 5 กม. ถึงสถานีตำรวจน้ำเพียงดิน (สุดชายแดนไทย-พม่า)

          การเดินทาง จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ใช้เส้นทางหลวง 108 เลี้ยวขวาที่โชวรูมอีซูซุ ไปท่าเดื่อ ตามทางหลวง 1250

 

          วนอุทยานน้ำตกผาเสื่อ 

          อยู่ในเขต ต.หมอกจำแป่ ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ตามเส้นทางสู่ อ.ปาย (เส้นทาง 1095) เป็นระยะทาง 17 กม. แยกซ้ายบริเวณบ้านรักไทยเป็นทางราดยางเข้าไปอีก 12 กม. และเข้าทางลูกรังไปอีก 8 กม. นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเข้าหมู่บ้านหมอกจำแป่(เป็นเส้นทางเก่า) ทางเข้ายังไม่สะดวก เป็นถนนลูกรังตลอดทั้งเส้น เส้นทางนี้แยกมาจากทางหลวงหมายเลข 1095 แต่จะถึงก่อนเส้นทางแรกโดยห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเพียง 14 กม.

          น้ำตกแห่งนี้ไหลลงมาจากน้ำตกแม่สะงาในพม่า มี 6 ชั้น ชั้นบนสุดอยู่ในป่าลึกเข้าไป ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. คือน้ำตกแม่สะงากลางถัดออกมาเป็นชั้นผายาว ผาลาด ผาเสื่อ ผาตั้ง และผาฮ้อม ชั้นที่คนนิยมเที่ยวมากที่สุดคือผาเสื่อ ซึ่งมีน้ำตกลงมากระทบแผ่นหินกระเด็นเป็นฝอย และสองข้างน้ำตกมีแผ่นหินลักษณะคล้ายเสื่อปูลาดอยู่จำนวนมาก น้ำตกมีขนาดใหญ่ และน้ำมากตลอดปี น้ำมากที่สุดในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน

 
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
th.wikipedia.org
thai-tour.com
thisthai.com

Tags: ,
Apr 24

          อำเภอแม่ลาน้อย เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ทางทิศของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้…

          ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอขุนยวม 
          ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอแม่แจ่ม (จังหวัดเชียงใหม่) 
          ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอแม่สะเรียง 
          ทิศตะวันตก ติดต่อกับรัฐกะยา (ประเทศพม่า) และอำเภอแม่สะเรียง

คำขวัญ

          แม่ลาน้อยเลิศล้ำ ถ้ำแก้วงามวิจิตร ผลผลิตถั่วเหลือง ลื่อเลื่องวัดแม่ปาง เมืองสร้างคนดี ประเพณีเขาวงกต

ประวัติ

          แม่ลาน้อยแต่เดิมเป็นถิ่นที่ตั้งของชาวลัวะ (ละว้า) อาศัยประกอบการทำมาหาเลี้ยงชีพตามลำน้ำสองแง่ ซึ่งมีต้นน้ำจากทิวเขาเดียวกัน แง่ที่ไหลไปทางแม่ลาหลวงเป็นแง่ที่กว้างใหญ่และมีความยาวกว่าแง่ที่ไหลมาทางแง่แม่ลาน้อย และเนื่องจากที่ราบข้างลำน้ำเป็นถิ่นฐานทำมาหากินของพวกชาวลัวะมาก่อน จึงเรียกชื่อแม่น้ำทั้งสองสายว่า “แม่ลัวะหลวง” และ “แม่ลัวะน้อย” ต่อมาชาวลั๊วะถูกชาวเงี้ยว (ไทยใหญ่) เข้าแย่งที่ทำกิน พวกลัวะจึงร่นถอยอพยพห่างออกไป นาน ๆ เข้าการออกเสียงคำว่า “ลัวะ” ก็เพี้ยนไปเป็น “ลา” ตามสำเนียงของชาวเงี้ยว ในที่สุดเรียกชื่อเป็น “แม่ลาน้อย” มาจนถึงปัจจุบัน

การปกครองส่วนภูมิภาค

          อำเภอแม่ลาน้อยแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 8 ตำบล 69 หมู่บ้าน ได้แก่

          1. แม่ลาน้อย  (Mae La Noi) 15 หมู่บ้าน     
          2. แม่ลาหลวง  (Mae La Luang) 9 หมู่บ้าน     
          3. ท่าผาปุ้ม  (Tha Pha Pum)  8 หมู่บ้าน     
          4. แม่โถ  (Mae Tho)  8 หมู่บ้าน     
          5. ห้วยห้อม  (Huai Hom) 9 หมู่บ้าน
          6. แม่นาจาง  (Mae Na Chang) 7 หมู่บ้าน
          7. สันติคีรี  (Santi Khiri)  8 หมู่บ้าน
          8. ขุนแม่ลาน้อย  (Khun Mae La Noi)  5 หมู่บ้าน

 

 

สถานที่ท่องเที่ยว

          น้ำตกดาวดึงส์ 

          อยู่เขตบ้านทุ่งรวงทอง ตำบลแม่ลาน้อย ห่างจากอำเภอประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่ง น้ำตกดาวดึงส์ ตั้งอยู่บริเวณบ้านทุ่งรวงทอง หมู่ที่ 10 ต.แม่ลาน้อย ห่างจากอำเภอแม่ลาน้อยประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่สวยงาม สูงประมาณ 20 เมตร 
 
          หมู่บ้านละว้า (ลัวะ) แม่ละอูบ

 

          ตำบลห้วยห้อม เป็นหมู่บ้านเขตติดต่อระหว่างอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่ลาน้อย และอำเภอแม่สะเรียง มีลักษณะวัฒนธรรม การสร้างที่อยู่อาศัย การแต่งกายและอุปนิสัยแตกต่างไปจากชาวไทยภูเขาเผ่าอื่นๆ และโดยที่ตั้งอยู่บนยอดดอยสูง ซึ่งมีทิวทัศน์สวยงาม การคมนาคมห่างจากอำเภอ 32 กิโลเมตร และสะดวก จึงเป็นที่แปลกตาแปลกใจแก่นักท่องเที่ยวมาก

          บ้านกะเหรี่ยงห้วยห้อม

          บ้านกะเหรี่ยงห้วยห้อม ห่างจากบ้านละอูบประมาณ 4 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางสาย 1266 ราษฎรเคร่งศาสนาและสุภาพอ่อนโยน เป็นหมู่บ้านที่ตั้งศูนย์พัฒนาชาวเขา ราษฎรจึงได้รับการพัฒนาให้สามารถทำผ้าจากขนแกะ การปลูกไม้ผลเมืองหนาวอื่นๆ จึงเป็นหมู่บ้านตัวอย่างของชาวเขาทั่วไปได้เป็นอย่างดี

          บ้านกะเหรี่ยงแม่สะกั๊วะ

          อยู่ในเขตตำบลท่าผาปุ้ม ห่างจากอำเภอประมาณ 13 กิโลเมตร ใช้เส้นทางสาย 1266 เป็นทางขึ้นเขา บ้านเรือนแถบเชิงเขาดูแปลกตา ในฤดูแล้งจะมองเห็นภาพดอกไม้ป่า ใบไม้เป็นสีส้มสวยงามมาก มีแหล่งน้ำตกใกล้หมู่บ้าน ใช้เป็นที่พักผ่อนได้เป็นอย่างดี ราษฎรหมู่บ้านนี้ยังคงมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม

          ถ้ำแม่ฮุ

          อยู่เขตบ้านป่าหมาก ตำบลแม่ลาน้อย ห่างจากอำเภอไปทางทิศตะวันออกประมาณ 7 กิโลเมตร โดยมีทางแยกจากทางหลวงหมายเลข 108 ไปตามทางเข้าเหมืองขุดแร่ ถ้ำนี้ลึกประมาณ 15 เมตร ภายในประกอบด้วยหินงอกหินย้อยที่สวยงาม ผู้ที่จะเข้าชมถ้ำต้องนำไฟฉายไปเอง

          ถ้ำแก้วโกมล

          ถ้ำแก้วโกมล (วนอุทยานแม่ลาน้อย) ตั้งอยู่ที่ ต.แม่ลาน้อยห่างจากอำเภอประมาณ 15 กิโลเมตรลักษณะของถ้ำเป็นโพรงสลับซับซ้อนเข้าไปตามอุโมงค์ของเหมือง ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อย เกิดจากผลึกแคลไซด์รูปต่างๆ เช่น ปะการัง ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถได้พระราชทานนาม ถ้ำแม่ลาน้อย เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2544 ว่า”แก้วโกมล”จากถ้ำประมาณ 500 เมตรมีบ่อน้ำร้อนที่แรกำมะถันซึมออกมาตลอดทั้งปี 

          ความสวยงามของ ถ้ำแก้วโกมล หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ถ้ำน้ำแข็ง ถูกค้นพบโดยบังเอิญ ในปี พ.ศ. 2536 ขณะที่วิศวกรสำรวจเหมืองแร่ของสำนักงานทรัพยากรธรณีแม่ฮ่องสอน ขุดเจาะอุโมงค์เข้าไปตามสายแร่ ลักษณะถ้ำมีผนังแวววาว ถูกเคลือบฉาบด้วยผลึกแร่แคลไซด์สีขาวใส รูปทรงต่าง ๆ มองดูเหมือนเกล็ดน้ำแข็งเกาะคลุมไปทั่ว ลักษณะถ้ำเช่นนี้พบเห็นได้เพียง 3 แห่งในโลก คือประเทศออสเตรเลีย ประเทศจีน และประเทศไทยเป็นหนึ่งในนั้น

          วนอุทยานแก้วโกมล อยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ยวมฝั่งซ้าย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีเนื้อที่ประมาณ 51 ไร่ ในวนอุทยานจะพบถ้ำผลึกแคลไซต์บนไหล่เขาที่ความสูง 500 เมตร จากระดับน้ำทะเล ปากถ้ำเป็นปากอุโมงค์เหมืองเดิม มีการตรวจพบน้ำพุร้อนในลำห้วยแม่ฮุ ห่างจากปากถ้ำประมาณ 800 เมตร แต่ถูกน้ำท่วมหลังการสร้างฝาย ลักษณะพื้นที่ป่าเป็นป่าเบญจพรรณและป่าสนเขา ซึ่งไม่พบว่ามีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ ภายในวนอุทยานฯ ไม่มีบ้านพัก นักท่องเที่ยวที่จะนำเต็นท์มากางเอง กรุณาติดต่อขออนุญาตจากหัวหน้าอุทยานฯ หรือที่สำนักงานอุทยาน กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0-2561-4292-3 ต่อ 719 ในวันและเวลาราชการ

          บ่อน้ำร้อนแม่ฮุตั้ง

          บ่อน้ำร้อนแม่ฮุตั้ง อยู่ในบริเวณ ต.แม่ลาน้อย มีลักษณะเป็นบ่อน้ำร้อนที่มีความร้อนสูงมาก สามารถต้มไข่สุกได้  

          น้ำตกแม่ปาง

          น้ำตกแม่ปางหรือปางชมพู อยู่ที่บ้านแม่ปาง หมู่ที่ 1 ตำบลสันติคีรี ห่างจากอำเภอประมาณ 7 กิโลเมตร ยังพบน้ำตกอีกแห่งหนึ่งอยู่ที่บ้านแม่แป หมู่ที่ 2 ตำบลสันติคีรี

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
tourthai.com
th.wikipedia.org
oceansmile.com
maehongson.go.th

Tags: ,
Apr 19

          อำเภอขุนยวม เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน พื้นที่อยู่ท่ามกลางขุนเขาและสายน้ำ ประชากรมีเชื้อสายทั้งชาวเขา ไทยใหญ่ จีน และพม่า นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดและของภาคเหนือ

          ตั้งอยู่บนที่ราบกว้างใหญ่ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 600 เมตร มีพื้นที่รวม 2,365 ตารางกิโลเมตร ประชากรส่วนใหญ่ของอำเภอขุนยวมมีเชื้อสายไทยใหญ่หรือชาวไต ประกอบด้วยครัวเรือนทั้งหมด 5,275 ครัวเรือน มีประชากร 21,500 คน ชาย 11,197 คน หญิง 10,303 คน มีตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ดังนี้

          ทิศเหนือ ติดต่อกับรัฐกะยา (ประเทศพม่า) และตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน 
          ทิศตะวันออก ติดต่อกับตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม (จังหวัดเชียงใหม่) 
          ทิศใต้ ติดต่อกับตำบลแม่โถและตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย 
          ทิศตะวันตก ติดต่อกับรัฐกะยา (ประเทศพม่า)

ประวัติ

          อำเภอขุนยวมเดิมเป็นเมืองขนาดเล็ก เรียกกันว่า เมืองขุนยวม ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไต (ชาวไทยใหญ่) พวกเขาเรียกเมืองนี้ว่า “บ้านกุ๋นลม” (เพราะหมู่บ้านนี้มีอากาศหนาวเย็น มีลมพัดตลอดเวลา) มีเจ้าเมืองเรียกว่า “ชานกะเล” ชื่อว่า “พญาสิงหนาทราชา” เป็นเจ้าเมืองคนแรก

          เมื่อปี พ.ศ. 2453 เมืองขุนยวมได้ถูกยุบลงเป็น อำเภอขุนยวม โดยมีขุนเดชประชารักษ์เป็นนายอำเภอคนแรก นายอำเภอคนปัจจุบัน คือ นายสัมฤทธ สวามิภักดิ์

การปกครองส่วนภูมิภาค

          อำเภอขุนยวมแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 6 ตำบล 45 หมู่บ้าน ได้แก่…

          1. ขุนยวม (Khun Yuam) 6 หมู่บ้าน  
          2. แม่เงา (Mae Ngao) 10 หมู่บ้าน  
          3. เมืองปอน (Mueang Pon) 10 หมู่บ้าน  
          4. แม่ยวมน้อย (Mae Yuam Noi) 8 หมู่บ้าน  
          5. แม่กิ๊ (Mae Ki) 5 หมู่บ้าน  
          6. แม่อูคอ (Mae Ukho) 6 หมู่บ้าน 

แหล่งท่องเที่ยว

          แหล่งท่องเที่ยวภายในอำเภอขุนยวมมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม ดังนี้

          ++ วัดต่อแพ 

          บ้านต่อแพ ตำบลแม่เงา ห่างจากบริเวณตลาดขุนยวมประมาณ 7 กิโลเมตร มีวิหารขนาดใหญ่แบบพม่า สร้างขึ้นอย่างงดงาม ภายในวัดมีผ้าม่านทอและปักด้วยศิลปะพม่าสมัยโบราณ ตั้งอยู่ที่บ้านต่อแพ ตำบลแม่เงา ห่างจากตลาดขุนยวมประมาณ ๗ กิโลเมตร ไปตามถนนลาดยางซึ่งอยู่ตรงข้ามกับวัดม่วยต่อ อีกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่อยู่ทางฝั่งขวาของลำน้ำยวม มีวิหารขนาดใหญ่แบบพม่า สร้างอย่างวิจิตรสวยงามมาก ภายในศาลาการเปรียญมีผ้าม่านเก่าแก่อายุกว่า 150  ปี ทำด้วยกำมะหยี่ กว้าง 1.65 เมตร ยาว 3.80 เมตร ประดับลูกปัด มุกและทับทิม จำนวน 164 เม็ดทำในพม่า เป็นเรื่องพุทธประวัติ ตอนพระเวสสันดรเสด็จประพาสอุทยาน และมีธรรมาสน์สร้างใน พ. ศ. 2464 

          นอกจากนี้ ยังมีเจดีย์ทรงมอญอีกด้วย ตามประวัติเล่าว่าบริเวณนี้แต่เดิมเคยเป็นที่พัก และรวมไม้ซุง นักต่อแพเหล่านี้ได้พร้อมใจกันสร้างวัดขึ้นมาแล้วให้ชื่อว่า “วัดต่อแพ”

          ++ วัดม่วยต่อ (วัดพระธาตุ) 

          ตำบลขุนยวม วัดนี้ตั้งอยู่ริมถนนสายขุนยวม-แม่ฮ่องสอน งหมายเลข 108 ทางตอนเหนือของตัวอำเภอ ภายในเขตเทศบาลตำบลขุนยวม หากเดินทางจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนจะอยู่ทางซ้ายมือ วัดนี้มีสิ่งที่น่าสนใจคือ เจดีย์ทรงเครื่องแบบมอญ ล้อมรอบด้วยพระเจดีย์บริวาร ยอดประดับด้วยฉัตรโลหะ แขวนกระดิ่งโดยรอบและจอง ( ปราสาท) ซึ่งสร้างขึ้นใหม่เมื่อปี พ . ศ.2527 มีเสาศาลาหลังเก่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งใช้เป็นสถานพยาบาลทหารที่เจ็บป่วย ริมแนวรั้วด้านในมีอัฐิทหารญี่ปุ่นผู้เสียชีวิตในสงคราม ทุกวันขึ้น 10 - 15 ค่ำ เดือน 12 ทางวัดจะจัดงานประเพณีเขาวงกต 

          ++ อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ 

          ตั้งอยู่ที่บ้านหัวแม่สุริน ตำบลแม่อูคอ ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 50 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 247,875 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2524 มีจุดเด่นคือเป็นน้ำตกชั้นเดียว ไหลจากหน้าผาสูงประมาณ 100 เมตร นับเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศไทย มีจุดเด่นที่น่าสนใจ ดังนี้ 

          ที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ ตำบลปางหมู อำเภอเมือง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1095 ( แม่ฮ่องสอน- ปาย) ไปประมาณ 12 กิโลเมตร ถึงตำบลปางหมู แล้วแยกขวาเข้าไปอีก 2.5 กิโลเมตร โครงการอนุรักษ์สัตว์ป่า- รักษาพันธุ์ไม้ อยู่ติดกับที่ทำการอุทยานฯ เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประกอบด้วยกรงเพาะเลี้ยงและอนุบาลสัตว์ป่า การรวบรวมพันธุ์ไม้ประจำถิ่นเพื่อการศึกษา และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน

          น้ำตกแม่สุรินทร์ อยู่ในเขตบ้านแม่สุรินทร์ ตำบลแม่ยวมน้อย อำเภอขุนยวม การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ถึงอำเภอขุนยวม เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1263 ประมาณ 12 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าไปน้ำตกแม่สุรินทร์ ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ก็จะถึงตัวน้ำตกเป็นทางลาดยาง น้ำตกแม่สุรินทร์เป็นน้ำตกชั้นเดียวที่สวยงามมาก ไหลจากหน้าผาสู่หุบเขาด้านล่าง สูงประมาณ 80 เมตร

          ++ ทุ่งบัวตอง 

          บนดอยแม่อูคอ ตำบลแม่อูคอ มีพื้นที่ 515 ไร่ ดอกบัวตองจะบานพร้อมๆ กัน และจะบานอยู่เพียงประมาณ 4 สัปดาห์ในช่วงเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น 

          ทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยวม ตามเส้นทางหมายเลข 108 ( แม่ฮ่องสอน- ขุนยวม) ก่อนถึงตัวอำเภอประมาณ 1 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายตามทางหลวงสาย 1263 เข้าสู่ทุ่งบัวตองอีก 26 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางมีพื้นที่ครอบคลุมเป็นเขากว้างประมาณ 1 พันไร่ อยู่ในความรับผิดชอบของโครงการพัฒนาป่าไม้ที่สูง หน่วยที่ 5 กองอนุรักษ์ต้นน้ำ ดอกบัวตองที่นี่เมื่อบานพร้อมๆ กันในช่วงเดือนพฤศจิกายน- ธันวาคม จะเหลืองอร่ามปกคลุมทั่วทั้งภูเขา มีความสวยงามมาก 

          นอกจากนี้ ยังมีบริการให้เช่าเต็นท์ค้างแรมบนดอย ซึ่งจะมีสถานที่สำหรับตั้งเต็นท์ได้ประมาณ 100 หลัง ผู้สนใจสามารถติดต่อได้โดยตรง บริเวณหน่วยทำการบนทุ่งบัวตอง หรือหากต้องการจองล่วงหน้าให้ติดต่อกับทางอำเภอขุนยวมโดยตรง และบริเวณด้านหลังจุดชมวิว ยังมีร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย 

          ++ น้ำตกแม่ยวมหลวง 

          ก่อนถึงทุ่งบัวตอง จะมีทางแยกเข้าไปมีลักษณะเป็นน้ำตกขนาดเล็ก 

          ++ น้ำพุร้อนหนองแห้ง 

          เป็นน้ำพุขนาดกลาง อยู่ในเขตบ้านหนองแห้ง ตำบลเมืองปอน ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 26 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 108 ( ขุนยวม- แม่ลาน้อย) แยกซ้ายตรงหลักกิโลเมตรที่ 174 เข้าไป 1 กิโลเมตร เป็นบ่อน้ำร้อนขนาดกลาง 2 บ่อ มีน้ำเดือดตลอดเวลา 

          ++ ศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่นอำเภอขุนยวม 

          อยู่ตรงข้ามวัดม่วยต่อ เป็นศูนย์ศิลปหัตถกรรมของชาวไทยใหญ่และชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ และเป็นที่เก็บและจัดแสดงเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ของทหารญี่ปุ่นที่เดินทัพเข้ามาในพื้นที่อำเภอขุนยวมในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 

          ศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่นอำเภอขุนยวม ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดม่วยต่อ ตามทางหลวงหมายเลข 108 บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 200 เป็นศูนย์รวมศิลปหัตถกรรมของชาวไทยใหญ่และชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ พิพิธภัณฑ์สงครามโลก อยู่ติดกับศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่น จัดแสดงภาพถ่ายประวัติศาสตร์เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ที่ใช้ในการดำรงชีพช่วงสงคราม รวมทั้งอาวุธต่างๆ ของทหารญี่ปุ่นที่เดินทัพเข้ามาในพื้นที่อำเภอขุนยวมสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 - 16.30 น. โทร. 0 5369 1108 

          ++ โฮมสเตย์บ้านเมืองปอน 

          ตำบลเมืองปอน ก่อนถึงตัวอำเภอประมาณ 12 กิโลเมตร ชมการแสดงศิลป วัฒธนธรรมไทยใหญ่ บรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยขุนเขา

          ++ ยอดดอยปุย

          อยู่ในเขตบ้านห้วยฮี้ ตำบลห้วยปูลิง อำเภอเมือง เป็นยอดเขาที่สูงมากถึง 1,722 เมตร มีลักษณะเป็นที่ราบปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าป่าสนเขาและป่าดิบเขาคล้ายกับบนยอดภูกระดึง ในช่วงหน้าร้อนมีดอกไม้ตามทุ่งหญ้าออกดอกสวยงาม นักท่องเที่ยวที่สนใจจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานเพื่อนำทาง เส้นทางเดินป่าห้วยแม่สะกึดทอดขนานไปกับลำน้ำเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิด เพราะเงียบสงบร่มรื่นมาก

          ++ หนองเขียว

          มีลักษณะเป็นพื้นที่ราบบนสันเขาและมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ตามธรรมชาติ มีหญ้าปกคลุมเต็มพื้นที่ การเดินทางใช้เส้นทางจากน้ำตกแม่สุรินทร์ไปหนองเขียว ประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นถนนลูกรังลำลองใช้ได้เฉพาะฤดูแล้งเท่านั้น ซึ่งอุทยานฯ มีบริการบ้านพักและอนุญาตให้นำเต็นท์ไปตั้งค่ายพักแรมได้ โดยมีบ้านพักบริการในบริเวณที่ทำการอุทยานฯ

          รายละเอียดติดต่อสำนักอุทยานแห่งชาติ กรุงเทพฯ โทร . 0 2562 0760 หรือที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ ตู้ ปณ. 16 ต.ปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58000 โทร. 0 5361 2996, 0 1728 7275

          ++ น้ำตกแม่อูคอ

          ค้นพบเมื่อปี พ. ศ.2530 ตั้งอยู่บริเวณดอยแม่อูคอ ก่อนถึงทุ่งบัวตองเล็กน้อยมีทางแยกเข้าสู่น้ำตกประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียว สูงประมาณ 30 เมตร ตกจากร่องหินขนาดใหญ่ ตอนกลางของสายน้ำมีร่องหินกว้าง สามารถเดินเข้าไปชมม่านน้ำตกได้

          ++ บ้านเมืองปอน

          ตั้งอยู่บนทางหลวง 108 ( ขุนยวม- แม่ลาน้อย) ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 13 กิโลเมตร สามารถเที่ยวชมวัดบ้านเมืองปอน ซึ่งมีศิลปะแบบไทยใหญ่ วิถีชีวิตชาวไทยใหญ่ดั้งเดิม บ้านเรือนไทยใหญ่แบบดั้งเดิม ซื้อของที่ระลึกโดยเฉพาะเสื้อไทยใหญ่ทั้งชายและหญิง ชมสาธิตการเย็บเสื้อไต การจักสานกุ๊บไต การทำอาหารไทยใหญ่ และมีการจัดการโฮมสเตย์ ค่าที่พักและอาหาร 250 บาท/คน/คืน โทร 0 5368 0900

การเดินทาง

          จากจังหวัดเชียงใหม่ สามารถเดินทางได้ 3 เส้นทาง คือ 

          - จากอำเภอจอมทอง ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 (ต่อทางของเทศบาลนครเชียงใหม่-ต่อเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน) ไปยังอำเภอแม่สะเรียงแล้วเลี้ยวขวาขึ้นไปยังอำเภอแม่ลาน้อย และเข้าสู่ขุนยวม เส้นทางโค้งมาก เส้นสภาพผิวถนนดี นิยมใช้มากกว่าเส้นทางอื่น 

          - จากอำเภอแม่แจ่ม ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1263 [แยกทางหลวงหมายเลข 108 (ขุนยวม)-บรรจบทางหลวงหมายเลข 1088 (แม่นาจอน)] ผ่านบ้านแม่นาจอน บ้านปางอุ๋ง และเข้าสู่อำเภอขุนยวม สภาพเส้นทางแคบ บางช่วงขรุขระ เปลี่ยว ไม่ค่อยมีรถผ่าน แต่เหมาะกับการผจญภัย 

          - จากอำเภอแม่แตง ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 (แม่มาลัย-ต่อเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน) เข้าสู่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน แล้วเลี้ยวลงมายังอำเภอขุนยวม สภาพถนนดี มีความโค้งน้อยกว่าเส้นทางหมายเลข 108 แต่มีความสูงชันกว่า 

          - จากจังหวัดตาก สามารถเดินทางขึ้นมาจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (แม่สอด-แม่สะเรียง) จนถึงอำเภอแม่สะเรียง และผ่านต่อไปโดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 เป็นเส้นทางที่แคบ ไม่ค่อยมีการสัญจร ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรเดินทางจากจังหวัดตากขึ้นมาทางนี้ ตลอดทางจากอำเภอแม่สอดถึงอำเภอสบเมยไม่มีปั๊มน้ำมันเลย
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
 
maehongson.mots.go.th
th.wikipedia.org 
thailandhub.net

Tags: ,
Mar 26

          อำเภอปางมะผ้า เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ทางทิศเหนือสุดของจังหวัด เดิมเป็นตําบลหนึ่งของอําเภอเมืองแม่ฮ่องสอน คือตําบลปางมะผ้า อยู่ห่างจากตัวอําเภอเมืองแม่ฮ่องสอนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะทาง ประมาณ 65 กิโลเมตร มีถนนเชื่อมจากตัวอําเภอเมืองแม่ฮ่องสอนจํานวน 1 สาย ผ่านตัวอําเภอปางมะผ้า ไปยังอําเภอปาย ระยะทาง 45 กิโลเมตร และผ่านไปยังอําเภอแม่แตงจังหวัดเชียงใหม่ ตําบลปางมะผ้าแยกตัวออกไปตั้งเป็นกิ่งอําเภอปางมะผ้าเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2532 และยกฐานะเป็นอําเภอปางมะผ้า เมื่อปี พ.ศ. 2540

คำขวัญ

          ถิ่นผีแมน แดนร้อยถ้ำ งามล้ำขุนเขา รวมเผ่าชาวดอย

ลักษณะภูมิประเทศและเขตติดต่อ

          อําเภอปางมะผ้า ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวอําเภอเมืองแม่ฮ่องสอน สามารถเดินทางโดยรถยนต์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1095 จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนไปยังอําเภอปางมะผ้า ระยะทาง 65 กิโลเมตรและผ่านไปยัง อําเภอปาย อีก 45 กิโลเมตร ซึ่งถนนสายนี้เชื่อมต่อไปยัง อําเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 98 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยาง ลัดเลาะไปตามลําห้วยและไหล่เขาสูง มีทัศนียภาพเป็นป่าไม้ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ คงความเป็นธรรมชาติที่สวยงาม ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติอยู่เสมอมา อําเภอปางมะผ้ามีพื้นที่ทั้งหมด 683,750 ไร่ หรือ 1,094 ตารางกิโลเมตร มีสภาพเป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน คิดเป็นร้อยละ 90 ของพื้นที่ทั้งหมด ตั้งอยู่เหนือระดับน้ําทะเล ตั้งแต่ 1,000 เมตร ขึ้นไป

 

          มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้…

          ทิศเหนือ ติดต่อกับรัฐฉาน (ประเทศพม่า) 
          ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอปาย 
          ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอปายและอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน 
          ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน และรัฐฉาน (ประเทศพม่า)

การปกครองส่วนภูมิภาค

          อำเภอปางมะผ้าแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 4 ตำบล 38 หมู่บ้าน ได้แก่

          1. สบป่อง (Sop Pong) 8 หมู่บ้าน  
          2. ปางมะผ้า (Pang Mapha) 11 หมู่บ้าน  
          3. ถ้ำลอด (Tham Lot) 7 หมู่บ้าน  
          4. นาปู่ป้อม (Na Pu Pom) 12 หมู่บ้าน  

          อำเภอปางมะผ้าเป็นภูเขาสูง มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ และลำห้วย พื้นที่เพาะปลูกอาศัยตามไหล่เขาที่สูงชัน ปลูกข้าวไร่ และพืชไร่ เช่นข้าวโพด ขิง แครอท มันฝรั่ง ถั่วแดง กระหล่ำปลี มีพื้นที่นาไม่มากนัก อยู่ตามลำห้วยที่เป็นพื้นที่ราบเล็กน้อยเท่านั้น ปลูกข้าวนาปี อาชีพหลักของราษฎรคือ อาชีพการเกษตร นอกจากรายได้จากการเกษตรแล้วส่วนหนึ่งมีรายได้มาจากการจัดบริการการท่องเที่ยว


สังคม ประเพณี และวัฒนธรรม
 

          อำเภอปางมะผ้า ประกอบด้วยประชากรหลากหลายชนเผ่า ได้แก่ คนพื้นเมือง (ไทยญวณ) คนไต (ไทยใหญ่) ชาวเขาเผ่า ลีซอ เผ่ามูเซอร์ดำ เผ่ามูเซอร์แดง เผ่ากระเหรี่ยง เผ่าเผ่าม้ง, เผ่าลั๊วะ, เผ่าปะโอ และไทยพื้นราบ จึงมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ประเพณีที่สำคัญ คือ เทศกาลปีใหม่เมือง เทศกาลกินวอ หรือเทศกาลปีใหม่ ของแต่ละชนเผ่า ซึ่งมีการละเล่น การแสดงวัฒนธรรม ประเพณีที่ไม่เหมือนกัน ประเพณีปอยส่างลอง ของชนชาวไทยใหญ่ สถานที่สำคัญทางศาสนา มีวัดพุทธ จำนวน 12 แห่ง โบสถ์คริสต์ จำนวน 10 แห่ง ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สำคัญ ได้แก่การทอผ้าพื้นบ้านซึ่งมีเอกลักษณ์ตามลักษณะของแต่ละชนเผ่า มีการย้อมสีฝ้ายทอด้วยสีธรรมชาติที่ทำ มาจาก เปลือกไม้ ลูกไม้ ใบไม้ ต่างๆ ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในป่าใกล้หมู่บ้าน

แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ

          1. ถ้ำน้ำลอด บ้านถ้ำลอด หมู่ที่ 1 ตำบลถ้ำลอด ห่างจากตัวอำเภอ 9 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ตำบลถ้ำลอด ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 77 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวง 1095 (ปางมะผ้า-ปาย) ประมาณหลัก กม. 138-139 มีทางแยกซ้ายจากกิ่งอ.ปางมะผ้าเข้าไปตามทางบ้านถ้ำลอดอีก 7 กิโลเมตร เป็นทางซีเมนต์อย่างดีตลอดเส้นทาง  และรถใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้ เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญ ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มแม่น้ำปาย มีสถานที่น่าสนใจ คือ “ถ้ำลอด” ซึ่งมีลำห้วยชื่อ น้ำลาง ไหลลอดภูเขาไปทะลุออกอีกด้านหนึ่ง ทำให้เกิดเป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม เป็นถ้ำเก่าแก่ จากการพบเครื่องมือเครื่องใช้โบราณในถ้ำ สันนิษฐานได้ว่ามีอายุประมาณ 2,000 ปี มาแล้ว

          ภายในถ้ำความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ประกอบด้วยห้องโถงใหญ่อีก 3 ห้อง เรียกชื่อต่าง ๆ กัน คือ “ถ้ำเสาหินหลวง” เป็นถ้ำกว้างใหญ่ มีหินงอกหินย้อยสวยงามมากมาย ตรงกลางห้องโถงมีแท่งหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่เป็นจุดเด่น “ถ้ำตุ๊กตา” มีหินงอกเป็นปุ่มปมเล็กๆ คล้ายตุ๊กตาตั้งเรียงรายอยู่มากมาย และด้านหนึ่งของผนังถ้ำยังปรากฏภาพเขียนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ถ้ำนี้เป็นถ้ำที่กว้างและยาวที่สุดใน ถ้ำลอด ถ้ำสุดท้ายอยู่ด้านทางออกคือ “ถ้ำผีแมน” นอกจากมีหินงอกหินย้อยสวยงามแล้ว ยังเป็นที่พบเศษภาชนะดินเผา มีซึกฟัน และกระดูกของมนุษย์ เมล็ดพืช เครื่องมือหิน รวมทั้ง “โลงผีแมน” อีกด้วย โลงผีแมนนี้มีลักษณะเป็นท่อนไม้ ที่ถูกขุดตรงส่วนกลางออกเป็นร่องคล้ายเรือ หรือรางไม้ใสาอาหารให้สัตว์เลี้ยง มีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก โดยโลงขนาดใหญ่จะถูกวางอยู่บนคานโดยใช้เสา 4-6 ต้น ตั้งกับพื้นถ้ำ และเสาแต่ละคู่ จะถูกเจาะเป็นช่องเพื่อสอดใส่คานไว้วางพาดโลงผีแมน

 

          สำหรับการเข้าชมถ้ำนั้น จะเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. แต่นักท่องเที่ยวไม่สามารถเข้าชมเองได้ เนื่องจากถ้ำมืดมาก จึงต้องใช้บริการผู้นำทางพร้อมตะเกียงเจ้าพายุ โดยจะเสียค่าบริการ 100 บาท ต่อผู้นำทาง 1 คน การเดินชมถ้ำจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกจะเป็นการชม 2 ถ้ำใหญ่ คือ ถ้ำเสาหินหลวง และถ้ำตุ๊กตา

          หากนักท่องเที่ยวต้องการจะเข้าชมถ้ำผีแมนจะต้องล่องแพผ่านธารน้ำที่ลอดภายในถ้ำ โดยจะมีแพของชาวบ้านรอให้บริการอยู่ในบริเวณสถานศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าถ้ำน้ำลอดนี้ ยังเป็นแหล่งดูนก ซึ่งทางหน่วยบริการได้จัดทำป้ายบอกจุดดูนกไว้เป็นระยะๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินชมเองได้ บริเวณที่ทำการยังมีบ้านพักไว้บริการและอนุญาตให้ตั้งเต้นท์พักแรมได้ โดยติดต่อโดยตรง ณ หน่วยบริการภายในสถานศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าถ้ำน้ำลอด

          2. ถ้ำเมืองแพม บ้านเมืองแพม หมู่ที่ 5 ตำบลถ้ำลอด ห่างจากตัวอำเภอ 15 กิโลเมตร 

          3. ถ้ำผามอน บ้านผามอน หมู่ที่ 4 ตำบลถ้ำลอด เป็นถ้ำที่มีความสวยงามมาก ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่งดงาม 

          4. ถ้ำแม่ละนา บ้านแม่ละนา หมู่ที่ 1 ตำบลปางมะผ้า ห่างจากตัวอำเภอ 18 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 1 บ้านแม่ละนา ต.ปางมะผ้า เป็นถ้ำที่ยาวที่สุดใน เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 14 กิโลเมตร

          5. ถ้ำผาเผือก บ้านผาเผือก หมู่ที่ 10 ตำบลปางมะผ้า ห่างจากตัวอำเภอ 20 กิโลเมตร ถ้ำผาเผือก ห่างจากทางหลวง 15 กิโลเมตร ถือว่าเป็นถ้ำที่ลึกที่สุดเท่าที่มีการสำรวจ ถ้ำผาเผือกอยู่ที่เชิงผาใหญ่สีขาว ปากถ้ำกว้างถึง 100 เมตร

          6. ถ้ำปางคาม หรือ ถ้ำปางคำบ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลปางมะผ้า ห่างจากตัวอำเภอ กิโลเมตร ขึ้นรถแยกจากทางหลวงขึ้นเหนือไปอีก 25 กิโลเมตรไปบ้านปางคาม ถ้ำนี้มีลักษณะเป็นถ้ำธารลอดยาว 800 เมตร ประกอบด้วยหินสีรูปต่าง ๆ สวยงาม 

          7. ถ้ำน้ำบ่อผี บ้านลุกข้าวหลาม หมู่ที่ 9 ตำบลปางมะผ้า ห่างจากตัวอำเภอ 18 กิโลเมตร เดินขึ้นเขาจากบ้านลุกข้าวหลามไปตำบลปางมะผ้า 40 นาที มีลักษณะเป็นปล่องขนาดใหญ่ต้องปีนลงไปตามแนวผาชันกว้าง 100 เมตร บริเวณก้นเหวของถ้ำน้ำบ่อผี ปกคลุมด้วยป่าดิบมีต้นไม้สูงกว่า 30 เมตร

          8. โป่งนก บ้านห้วยน้ำโป่ง หมู่ที่ 4 ตำบลนาปู่ป้อม ห่างจากตัวอำเภอ 30 กิโลเมตร 

          9. ถ้ำศรีโสภนบ้านโท้งสาแล หมู่ที่ 7 ตำบลนาปู่ป้อม ห่างจากตัวอำเภอ 37 กิโลเมตร 

          10. ถ้ำแม่ลางจันทร์ บ้านสบป่อง หมู่ที่ 1 ตำบลสบป่อง ห่างจากตัวอำเภอ 1 กิโลเมตร ซึ่งถ้ำน้ำลางถือว่าเป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ถ้ำนี้จะเที่ยวได้เฉพาะหน้าแล้งเท่านั้น

          11. จุดชมวิวบ้านน้ำริน หมู่ที่ 2 ตำบลสบป่อง ห่างจากตัวอำเภอ 20 กิโลเมตร 

          12. จุดชมวิวบ้านลุกข้าวหลาม หมู่ที่ 9 ตำบลปางมะผ้า ห่างจากตัวอำเภอ 20 กิโลเมตร 

          13. บริการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เดินป่า นั่งช้าง ล่องแพ พักแรมศึกษาวิถีชีวิตและวัฒนธรรมร่วมกับครอบครัวของชนเผ่าในหมู่บ้านผามอน หมู่ที่ 4 ตำบลถ้ำลอด, บ้านเมืองแพม หมู่ที่ 5 ตำบลถ้ำลอด, บ้านแม่ละนา หมู่ที่ 1 ตำบลปางมะผ้า และบ้านห้วยน้ำโป่ง หมู่ที่ 4 ตำบลนาปู่ป้อม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
th.wikipedia.org
cddweb.cdd.go.th
thai-tour.com
maehongson.go.th
ezytrip.com

Tags: ,
Mar 11

 

          อำเภอแม่สะเรียง เป็นหนึ่งใน 7 อำเภอของจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดเป็นอำเภอที่มีความสำคัญของจังหวัด เนื่องจากมีที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอนมากถึงประมาณ 164 กิโลเมตร จึงเป็นที่ตั้งของหน่วยงานระดับจังหวัดหลายแห่ง เช่น ศาลจังหวัด อัยการจังหวัด เรือนจำอำเภอ คลังจังหวัด ด่านศุลกากร ด่านตรวจคนเข้าเมือง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และท่าอากาศยาน รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางความเจริญและการค้าสำหรับอำเภออื่น ๆ ที่อยู่ข้างเคียง เช่น อำเภอแม่ลาน้อยและอำเภอสบเมย อำเภอแม่สะเรียงจัดเป็นอำเภอชั้น 1 มีนายอำเภอที่ดำรงตำแหน่งเป็นระดับ 9

 คำขวัญอำเภอแม่สะเรียง

          อำเภอแม่สะเรียง มีคำขวัญที่ร้อยเรียงไว้ 5 คำ คือ…ผ้าทอกะเหรี่ยง เสนาะเสียงสาละวิน งามถิ่นธรรมชาติ พระธาตุสี่จอม กล้วยไม้หอมเอื้องแซะ

          ซึ่งมีความหมาย ดังนี้…

          ผ้าทอกะเหรี่ยง : เป็นคำขวัญที่กล่าวถึง กะเหรี่ยงบ้านพะมอลอ หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านกาศ ที่มีฝีมือทางด้านหัตถกรรมทอผ้า ห่างจากอำเภอแม่สะเรียงประมาณ 5 กิโลเมตร

          เสนาะเสียงสาละวิน : เป็นการกล่าวถึงว่า พื้นที่ชายแดนของอำเภอแม่สะเรียงส่วนใหญ่ มีแม่น้ำสาละวิน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า แม่น้ำคง เป็นแม่น้ำกั้นเขตแดนระหว่างไทยกับ พม่า ซึ่งมีความยาวถึง 101 กิโลเมตรเป็นสายน้ำสายเลือดที่หล่อเลี้ยงผู้คนในแถบสองฝั่งมาแต่โบราณกาล

          งามถิ่นธรรมชาติ : อำเภอแม่สะเรียงมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขา เต็มไปด้วยกลิ่นไอธรรมชาติและวัฒนธรรมอันงดงาม ที่ยากจะหาพบได้ในพื้นที่แถบอื่น

          พระธาตุ 4 จอม : ถือเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมือง ได้แก่ พระธาตุจอมแจ้ง พระธาตุจอมทอง พระธาตุจอมมอญ และพระธาตุจอมกิตติ เป็นที่เคารพสักการะบูชาของชาวอำเภอแม่สะเรียง

          กล้วยไม้หอมเอื้องแซะ : เอื้องแซะ เป็นกล้วยไม้สีขาวดอกเล็กๆ กลิ่นหอมชื่นใจ เป็นพันธุ์ไม้ พื้นเมืองที่เลื่องลือของแม่ฮ่องสอนมาเป็นเวลาช้านาน ตำนานแม่สะเรียงเมื่อครั้งที่ยังมีชื่อ เรียกว่า เมืองยวม ยังได้บันทึกไว้ว่า ในสมัยโบราณ ดอกเอื้องแซะนี้เป็นหนึ่งในเครื่องบรรณาการที่ชาวลัวะ ในดินแดนแถบนี้จะต้องนำส่งถวายแด่เจ้ามหาชีวิตเมืองเชียงใหม่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพิเศษของกล้วยไม้ชนิดนี้ได้เป็นอย่างดี ดอกเอื้องแซะจะบาน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน - เดือน มีนาคม ชาวแม่สะเรียงนิยม นำมาบูชาพระ หรือประดับบ้านเรือน โดยปักใส่กระถางที่มีดินทรายพอให้ชื้น ดอกเอื้องแซะจะส่งกลิ่นหอมอยู่ได้เป็นเวลานาน

 

 ประวัติความเป็นมา

          แม่สะเรียง มีชื่อเรียกในประวัติศาสตร์ว่า เมืองยวมใต้ หรือเมืองยวม เคยเป็นที่ตั้งชุมชนมาไม่น้อยกว่า 520 ปี เมืองยวมเคยเป็นถิ่นฐานอาศัยของชนเผ่าดั้งเดิม คือ ละว้า และกะเหรี่ยง ต่อมาในปี พ.ศ. 2443 ทางราชการได้ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเรียกชื่อว่า “อำเภอเมืองยวม” โดยอาศัยชื่อของลำน้ำแม่ยวมที่ไหลผ่านอำเภอ นายอำเภอคนแรกชื่อ ขุนชำนาญธนานุรักษ์ (นายสวัสดิ์ ชลัย) ต่อมาทางการได้พิจารณาเห็นว่าชื่อ อำเภอเมืองยวมนั้น ไปพ้องกับอำเภอขุนยวม ซึ่งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อเป็น “อำเภอแม่สะเรียง” ตามชื่อของแม่น้ำแม่สะเรียงที่ไหลผ่านอำเภอีกสายหนึ่งมาจนถึงปัจจุบันนี้

          ปัจจุบันอำเภอแม่สะเรียง ยังเป็นเมืองสำคัญของ 3 อำเภอ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนตอนใต้เป็นแห่งเกษตรกรรม พาณิชยกรรม และกระจายสินค้าได้สู่อำเภอต่างๆ สามารถส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ โดยเฉพาะที่จุดพักรับรองนักท่องเที่ยวที่จะเป็นทางต่อไปยังอำเภอต่างๆ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

          นอกจากนี้ ยังมีต้นทุนทางธรรมที่สายงาม ของป่าเขาลำเนาไพร แม่มีน้ำสาละวินอันลือชื่อ สวยงามด้วยทิวทัศนร์แปลกตาไปจากแม่น้ำระหว่างประเทศสายอื่น ๆ ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาแวะเวียนตลอดทั้งปี มีผ้าทอด้วยมือของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงที่มีคุณภาพ มีกล้วยไม้ที่มีกลิ่นเฉพาะ หอมเย็นชื่นใจ คือ เอื้องแซะ นิยมเป็นของขวัญที่ล้ำค่าแก่บุคคลที่รักและเคารพนับถือ นอกจากนั้นยังมีวัดที่บรรจุพระธาตุของที่ศักดิ์สิทธิ์ 4 แห่ง ได้แก่วัดจอมแจ้ง วัดพระธาตุจอมมอญ วัดจอมทอง และวัดจอมกิตติ บุคคลทั่วไปนิยมไปนมัสการกราบไว้ตามประเพณี

 ลักษณะที่ตั้งอำเภอแม่สะเรียง

          อำเภอแม่สะเรียง เป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระยะทางจากกรุงเทพฯ ถึงอำเภอแม่สะเรียง 760 กิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่ประมาณ 90% เป็นภูเขาสลับซับซ้อนและป่าทึบ ตั้งอยู่เส้นรุ้งที่ 17 องศา 38 ลิปดาเหนือ ถึง 08 องศาลิปดา และเส้นแวงที่ 97 องศา 22 ลิปดา ตะวันออกถึง 97 องศา 8 ลิปดา เนื้อที่รวมทั้งหมด 2,497.2 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,560,750 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 18.9 ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน

 อาณาเขตติดต่อ

          ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
          ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
          ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อำเภอแม่แจ่ม, อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่
          ทิศตะวันตก ติดต่อกับ แม่น้ำสาละวิน, รัฐกอทูเล, รัฐคะยา ประเทศเมียนมาร์

 

 ลักษณะภูมิประเทศ

          อำเภอแม่สะเรียงเป็นอำเภอชายแดนที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเมียนมาร์ทางทิศตะวันตกตลอดแนว ระยะประมาณ 166 กิโลเมตร มีแม่น้ำสาละวินกั้นชายแดน ระยะทาง 101 กิโลเมตร มีสันเขาขุนแม่สอง เสาหิน ดอยผาตั้งเป็นเส้นกันเขตแดนทางบก ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน และป่าทึบ ประมาณ 90% พื้นที่ทั้งหมด ที่เหลือ 10% เป็นที่ราบ ส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณตำบลแม่ยวม ตำบลบ้านกาศ และตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง มีแม่น้ำไกลผ่าน จำนวน 3 สาย ได้แก่ แม่น้ำยวม แม่น้ำแม่สะเรียงและแม่น้ำสาละวินที่ไกลจากประเทศทิเบต

          ลักษณะภูมิประเทศเป็นแบบมรสุม มี 3 ฤดู คือ…

          - ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่มีนาคม - เดือนเมษายน
          - ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - เดือน ตุลาคม
          - ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน- เดือนกุมภาพันธ์
          - ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยปีละ 1,350 ม.ม. จำนวนวันที่ฝนตก 170 วัน/ปี
          - เดือนสิงหาคม 2542 ฝนตกมากที่สุดวัดปริมาณน้ำฝนตลอดเดือน ได้ 331 ม.ม.
          - เดือนมิถุนายน พฤษภาคม ฝนตกมากที่สุด
          - อุณหภูมิสูงสุด 42 องศา
          - อุณหภูมิต่ำสุด 3 องศา

 วัฒนธรรมและประเพณี

          อำเภอแม่สะเรียงมีขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปะพื้นเมือง แตกต่างไปจากจังหวัดอื่นในภาคเหนือ เพราะได้รับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมจากพม่า ขนบธรรมเนียมประเพณีที่สำคัญ คือ

          1. ประเพณีบวชลูกแก้ว หรือเรียกว่า “ส่างลอง” เริ่มเดือนมีนาคม - พฤษภาคม

          2. ประเพณีออกพรรษา เดือนตุลาคม

          3. ประเพณีแห่ต้นเกี๊ยะ และเทียงเหง ช่วงเทศกาลออกพรรษา

          4. ประเพณีการถวายข้าวหย่ากุ๊ ช่วงเดือน กุมภาพันธ์ - มีนาคม

          5. ประเพณีพื้นบ้าน คือ รำไต คล้ายกับการเชิดสิงห์โตของจีน

 

 ประเพณีเมืองแม่สะเรียง

          ++ งานประเพณีปอยส่างลอง

          หรืองานบวชลูกแก้ว เป็นประเพณีบวชเณรตามธรรมเนียมของชาวไทยใหญ่ เพื่อให้บุตรหลานได้มีโอกาสศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าและมีความเชื่อว่าจะได้รับบุญกุศลจากการบวชสามเณร งานนี้จัดให้มีขึ้นช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน โดยชาวบ้านจะตกลงกันกำหนดวันนัดหมายให้ลูกหลานได้บวชเรียนพร้อมๆ กัน มีการประดับประดาผู้ที่จะบวชด้วยเครื่องประดับมีค่าอย่างสวยงาม และประกอบพิธีบวชตามวัดที่เจ้าภาพศรัทธาแต่เดิมปอยส่างลองเป็นประเพณีที่จัดเฉพาะในหมู่ญาติมิตรของเจ้าภาพ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2525 ได้เกิดมีแนวความคิดใหม่โดยจัดเป็นบรรพชาหมู่ร่วมกันมากถึง 200 รูป เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี ทำให้ในเขตอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนนิยมจัดบรรพชาหมู่สืบต่อมาถึงปัจจุบัน ปอยส่างลองจึงได้กลายเป็นประเพณีที่จูงใจให้มีผู้สนใจมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

          ++ งานประเพณีจองพารา

          คือประเพณีส่วนหนึ่งในงานเทศกาลออกพรรษา (งานปอยเหลินสิบเอ็ด) คำว่า “จองพารา” เป็นภาษาไทยใหญ่แปลว่า “ปราสาทพระ” การบูชาจองพารา คือการสร้างปราสาทเพื่อคอยรับเสด็จพระพุทธเจ้าที่จะเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เทศกาลนี้จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันแรม 8 ค่ำ เดือน 11 โดยก่อนถึงวันงานจะมีการจัดงานตลาดนัดออกพรรษามีการนำสินค้าต่างๆ ที่จะใช้ในการทำบุญ เช่น อาหาร ขนม ดอกไม้ เครื่องไทยทานมาวางขายเพื่อให้ชาวบ้านได้หาซื้อข้าวของเครื่องใช้ในการเตรียมงาน และมีการจัดเตรียมสร้าง “จองพารา” ซึ่งเป็นปราสาทจำลอง ทำด้วยโครงไม้ไผ่ ประดับลวดลายด้วยกระดาษสา กระดาษสีต่างๆ หน่อกล้วย อ้อยและโคมไฟ ตกแต่งอย่างสวยงามเพื่อใช้สมมติเป็นปราสาทรับเสด็จพระพุทธองค์จากสวรรค์ 

          จากนั้นก็จะยก “จองพารา” ขึ้นไว้นอกชายคา นอกรั้ว หรือบริเวณกลางลานทั้งที่บ้านและที่วัดในวันขึ้น 15 ค่ำ อันเป็นวันออกพรรษานั้น ตั้งแต่เช้าตรู่ประชาชนพร้อมใจกันไปทำบุญตามวัด บางวัดจัดให้มีการตักบาตรเทโว ส่วนในตอนเย็นจะนำดอกไม้ธูปเทียนและขนมข้าวต้มไปขอขมาบิดามารดาและญาติผู้ใหญ่ก่อนย่ำรุ่งของวันแรม 1 ค่ำ จะมีพิธี “ซอมต่อ” คือการอุทิศเครื่องเซ่นแก่สิ่งที่ชาวไตถือว่ามีบุญคุณในการดำเนินชีวิต โดยนำกระทงอาหารเล็กๆ ที่จุดเทียนติดไว้ด้วยไปตั้งไว้ตามสถานที่ต่างๆ แสงประทีปนับร้อยนับพันดวงตามวัด สถูป และบ้านเรือนในตอนใกล้รุ่งเป็นภาพที่งดงามน่าประทับใจมากตลอดระยะเวลาของการจัดงานตั้งแต่แรม 1 ค่ำไปจนถึงแรม 8 ค่ำ จะมีการถวายข้าวที่จองพาราวันละครั้งและจุดเทียนหรือประทีปโคมไฟไว้ตลอด 

          ในช่วงเวลาตลอดเทศกาล จะมีการละเล่นเฉลิมฉลองหลายชนิด เช่น ฟ้อนโต ฟ้อนรูปสัตว์ต่างๆ ฟ้อนก้าแลว (ฟ้อนดาบ)เฮ็ดกวาม ฯลฯ ตามถนนหนทางและบ้านเรือนต่างๆ เป็นการละเล่นที่สืบเนื่องมาจากความเชื่อว่าสัตว์โลกและสัตว์หิมพานต์พากันรื่นเริงยินดีออกมาร่ายรำเป็นพุทธรูปรับเสด็จก่อนจะถึงวันแรม 8 ค่ำ จะมีพิธี “หลู่เตนเหง” คือ การถวายเทียนพันเล่ม โดยแห่ต้นเทียนไปถวายที่วัด และใน “วันกอยจ้อด” คือวันแรม 8 ค่ำ อันเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลออกพรรษา จะมีพิธี “ถวายไม้เกี๊ยะ” โดยนำฟืนจากไม้เกี๊ยะ (สนภูเขา) มามัดรวมกันเป็นต้นสูงประมาณไม่ต่ำกว่า 2.5 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณไม่ต่ำกว่า 30 เซ็นติเมตร แล้วนำเข้าขบวนแห่ประกอบด้วยฟ้อนรูปสัตว์ต่างๆ และเครื่องประโคมไปทำพิธีจุดถวายเป็นพุทธบูชาที่ลานวัด เป็นอันสิ้นสุดเทศกาลออกพรรษาของชาวไต

          ++ ประเพณีลอยกระทง

          หรืองานเหลินสิบสอง จัดขึ้นในวันเพ็ญเดือนสิบสอง โดยชาวบ้านจะจัดทำกระทงเล็กๆ ไปลอยตามแม่น้ำ มีการประกวดกระทงใหญ่ที่หนองจองคำ ซึ่งเป็นหนองน้ำสาธารณะกลางเมือง มีการแสดงมหรสพรื่นเริง ตามบ้านเรือนจะมีการจุดประทีปโคมไฟสว่างไสว นอกจากนี้ยังมีการลอยกระทงสวรรค์ โดยนำกระทงที่จุดประทีปโคมไฟแล้วผูกติดกับลูกโป่งลอยขึ้นไปในอากาศ พิธีนี้จัดขึ้นที่วัดพระธาตุดอยกองมูนอกจากนี้ ยังมีศิลปะที่น่าสนใจของชาวไตคือศิลปะการแสดงและดนตรีซึ่งแตกต่างจากของล้านนา และมักจะนำเข้ามาร่วมในงานบุญงานแห่ต่างๆ อยู่เสมอ อาทิ “ฟ้อนกิงกะหล่า” หรือ “ฟ้อนกินรี” ซึ่งได้รับความนิยมที่สุด ผู้แสดงจะใส่ปีกใส่หางบินร่ายรำ นอกจากนี้ยังมีการฟ้อนตัวสัตว์ต่างๆ ที่มีความเชื่อว่าอาศัยอยู่ที่ป่าหิมพานต์ เช่น ฟ้อนนก ฟ้อนผีเสื้อ ฟ้อนม้า เป็นต้น

          ++ ฟ้อนโต

          เป็นการแสดงที่นิยมกันอีกชุดหนึ่ง ตัวโตนั้นเชื่อกันว่าเป็นสัตว์ป่าในหิมพานต์ชนิดหนึ่ง มีเขาคล้ายกวางและมีขนยาวคล้ายจามรี มีลักษณะร่ายรำคล้ายการเชิดสิงโตของจีนนอกจากนี้ ยังมีการแสดงอื่นๆ อีกหลายชุด ได้แก่ “ฟ้อนดาบ” หรือที่เรียกว่า “ฟ้อนก้าแลว” 

          “ฟ้อนไต” เป็นการฟ้อนต้อนรับผู้มาเยือน รำหม่อง “ส่วยยี” เป็นการรำออกท่าทางคล้ายพม่า และ “มองเซิง” เป็นการรำประกอบเสียงกลองมองเซิง

          ++ งานเทศกาลชิมชาบ้านไท

          จัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ บริเวรหมู่บ้านรักไท หมู่ 6 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง หมู่บ้านรักไทเป้นหมู่บ้านชายแดน อยู่ในความควบคุมของกองทัพภาคที่ 3 ราษฏรมีอาชีพปลูกชาเป็นหลักมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางขึ้นไปเที่ยวเป็นจำนวนมากการจัดงานเทศกาลชิมชานี้ เพื่อเป็นกาลสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกชาและส่งเสริมการท่องเที่ยวของหมู่บ้าน ภายในงานมีการขี่ม้ารอบหมู่บ้าน เที่ยวชมธรรมชาติ ชิมชาชั้นดี ชมการแสดงจากชาวจีนยูนาน และการละเล่นพื้นบ้าน

          ++ งานเทศกาลดอกบัวตอง

          จะจัดขึ้นประมาณเดือนพฤศจิกายนของทุกปี “ดอกบัวตอง” เป็นดอกไม้ป่าสีเหลืองคล้ายดอกทานตะวันแต่ขนาดเล็กกว่า มักขึ้นอยู่ตามป่าเขาสูงทางตอนเหนือของประเทศไทย ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะมีมากที่บริเวณบ้านแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง และดอยแม่อูคอ อำเภอขุนยวม เมื่อถึงระยะที่ดอกบัวตองบานตามริมเส้นทางตลอดจนภูเขาที่สลับซับซ้อนกันอยู่นั้นจะเป็นสีเหลืองสว่างไสวไปด้วยสีของดอกบัวตองดูงดงามมาก ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงได้จัดงานเทศกาลบัวตองบานขึ้นเพื่อเป็นการชมความงามของธรรมชาติ และชมวัฒนธรรมประเพณีของชาวไต และชาวไทยภูเขา โดยจะจัดที่บริเวณอำเภอขุนยวม ในงานมีการละเล่นและมหรสพทั้งของพื้นเมืองและร่วมสมัย มีการประกวดธิดาบัวตอง การแสดงศิลปวัฒนธรรมชาวไทยภูเขา การแสดงสินค้าพื้นเมือง การแข่งขันกีฬาชาวดอย ฯลฯ ตลอดจนนิทรรศการต่างๆ และการนำเที่ยวชมดอกบัวตองบนดอยแม่อูคอ

 แผนที่อำเภอแม่สะเรียง

 สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในอำเภอแม่สะเรียง

          วัดกิตติวงศ์
 
          ตั้งอยู่ในเขตสุขาภิบาลแม่สะเรียง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่พระครูกิตตินำมาจากวัดศรีสุพรรณ จังหวัดเชียงใหม่ และยังมีพระคัมภีร์โบราณค้นพบในถ้ำผาแดง ริมฝั่งแม่น้ำสาละวินเมื่อ พ.ศ. 2511 จารึกประวิติศาสตร์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของล้านนากับพม่า

          วัดจองสูง 

          หรือวัดอุทยารมณ์ ตั้งอยู่ในตัวอำเภอแม่สะเรียง เป็นวัดที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2381 เดิมเป็นสำนักสงฆ์มีเจ้าอาวาสเป็นไทยใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2431 ถูกไฟไหม้ และได้บูรณะขึ้นใหม่เป็นวัดจองสูงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2439 ภายในวัดมีเจดีย์ทรงมอญเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี อยู่ 3 องค์ เจดีย์องค์ด้านตะวันตกสร้างเมื่อต้นรัชกาลที่ 6 เจดีย์องค์กลางสร้างเมื่อใดไม่ปรากฏ เชื่อกันว่าเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุ ส่วนเจดีย์องค์ด้านตะวันออกเป็นเจดีย์ 7 ยอด

          วัดศรีบุญเรือง 

          ตั้งอยู่ติดกับวัดจองสูงเป็นอีกวัดหนึ่งที่มีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่ โบสถ์รูปทรงพม่าซึ่งฉลุลวดลายงดงาม

          วัดแสนทอง 

          ตั้งอยู่ในตัวอำเภอแม่สะเรียง มีสิ่งที่สำคัญคือพระแสนทองพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ อันเป็นศิลปะสมัยเชียงแสนที่เก่าแก่และงดงามมากองค์หนึ่ง และที่วัดแสนทองนี้ยังประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ ชาวบ้านเรียกว่า “พระเพชร” หรือ “พระสิงห์หนึ่ง” อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองแต่อดีต ผู้สนใจสามารถติดต่อกับพระภิกษุภายในวัดเพื่อขอชมได้

          วัดจอมทอง 

          ตั้งอยู่ห่างจากอำเภอแม่สะเรียง 1 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายแม่สะเรียง-สบเมย แยกทางซ้ายมือบริเวณสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นทางลูกรังขึ้นภูเขา วัดนี้มีจุดเด่นที่พระพุทธรูปขนาดใหญ่ซึ่งประดิษฐานอยู่บนยอดเขาและบนลานพระพุทธรูปนี้ สามารถชมทิวทัศน์อัดสวยงามของอำเภอแม่สะเรียงได้ โดยเฉพาะบรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกในช่วงเย็น

          บ้านกะเหรี่ยงพะมะลอ 

          เป็นบ้านชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง อยู่ในเขตตำบลบ้านกาด ห่างจากตลาดแม่สะเรียงประมาณ 3 กิโลเมตร ชาวบ้านมีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่น่าสนใจ มีการทอผ้าและทำสิ่งประดิษฐ์ของเผ่าไว้จำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวด้วย เป็นหมู่บ้านที่มีวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงโดยแท้จริง

          พระธาตุจอมมอญ 

          อยู่หมู่ 9 ตำบลบ้านกาด เป็นปูชนียสถานที่มีลักษณะเป็นเจดีย์เก่าแก่ ถือกันว่าเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานและมีงานฉลองในเดือนกรกฎาคมของทุกปี

          ถ้ำเง้า 

          อยู่หมู่ 2 ตำบลบ้านกาด ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ ระยะทางห่างจากอำเภอประมาณ 4 กิโลเมตร

          ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่เหาะ 

          อยู่ห่างจากอำเภอแม่สะเรียงประมาณ 16 กิโลเมตร อยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 ตรงหลักกิโลเมตรที่ 84 เขตตำบลแม่เหาะเป็นทีตั้งของศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จังหวัดแม่ฮ่องสอนริมทางในช่วงนี้มีภูมิประเทศที่งดงามของภูเขาและทุ่งดอกบัวตองที่ตระการตา และเบ่งบานสะพรั่งในเดือนตุลาคม-ธันวาคม

          อุทยานแห่งชาติสาละวิน 

          ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ซึ่งกั้นพรมแดนระหว่างไทยกับพม่า มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่บริเวณที่ดินป่าแม่ยวมฝั่งขวาและป่าสาละวิน ในท้องที่ตำบลเสาหิน ตำบลบ้านกาด ตำบลแม่คง ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง และตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย มีพื้นที่ประมาณ 721.52 ตารางกิโลเมตร หรือ 450,950 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2537

          สำหรับการเดินทาง มีรถโดยสารสายอำเภอแม่สะเรียง-บ้านสามแลบ บริการหรือสามารถเช่ารถจากอำเภอแม่สะเรียงไปยังบ้านแม่สามแลบ ระยะทางประมาณ 46 กิโลเมตร จากนั้นจะต้องล่องเรือจากบ้านแม่สามแลบไปตามแม่น้ำสาละวิน ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง โดยจะมีเรือของชาวบ้านมาบริการคิดในราคาเหมาลำ จากที่ทำการอุทยานฯ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของลำน้ำสาละวินและฝั่งพม่าได้กว้างไกล และในบริเวณด้านหน้าของที่ทำการอุทยานฯ ยังมีหาดทรายสีขาวละเอียดเหมาะแก่การตั้งเต็นท์พักแรม

          ถัดไปทางทิศเหนือจะเป็นบ้านท่าตาฝั่ง ซึ่งมีหาดทรายสวยอีกแห่งหนึ่ง เรียกว่า “หาดแท่นแก้ว” นอกเหนือจากทัศนียภาพที่งดงามของริมฝั่งน้ำแล้ว ยังมีทรัพยากรที่สำคัญและมีค่า อันได้แก่ พันธุ์ไม้ป่า เช่น ไม้สัก ไม้แดง ไม้เต็ง ซึ่งมีอยู่มากมายในบริเวณนี้ และสัตว์ป่านานาชนิด เป็นต้น

          หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะตั้งเต็นท์พักแรมสามารถติดต่อได้ที่อุทยานฯ โดยตรง หรือติดต่อล่วงหน้าไปที่อุทยานแห่งชาติสาละวิน ตู้ ป.ณ. 6 ปท.แม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58110

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
maesariang.com
thailandhub.net
th.wikipedia.org

Tags: ,



เกมส์
เกมส์ สุดยอดเกมส์ Flash เกมส์ออนไลน์ ที่ให้คุณเล่นมากกว่า 10,000 เกมส์ เกมออนไลน์เล่นกันฟรีๆ เลือกหาเกมส์ที่ตรงใจ เล่นง่าย รวมเกมส์เป็นหมวดๆ เกมส์ทำอาหาร เกมส์แต่งตัว เกมส์ต่อสู้ เกมส์กีฬา เกมส์ยิง มากมายหลายแนว Action Game หรือเกมส์กระดาน ให้เลือกและกลับมาเล่นได้ไม่รู้เบื่อ หาเกมแฟลชที่ถูใจคุณได้ที่นี่
ฟังเพลง
ฟังเพลง ฟังเพลงออนไลน์ กับกระปุก Music Station ที่มีเพลงใหม่ อัลบั้มเพลงล่าสุด เพลงฮิต เพลงล่าสุด มิวสิควีดีโอ ฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมง อัพเดททุกวัน Music Chart ฟังวิทยุออนไลน์ ให้คุณติดตามได้ทุกแนวเพลง Pop Rock เพลงไทย เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต เพลงอินดี้ โค๊ดเพลง เนื้อเพลง Song Hits ริงโทน Fullsong ให้โหลด MV ดาวน์โหลดเพลง MP3 กระปุกมิวสิคสเตชั่น ศูนย์รวมเพลงของคุณ
ดูดวง
ดูดวง ดูดวงความรัก ตามหลักโหราศาสตร์ ดวงดาว ให้คุณดูดวงวันนี้ ดวงตามราศี จับคู่ดวงวันเกิด ดูดวงเนื้อคู่ หรือจะดูดวงไพ่ยิบซี Tarot ทำนายแม่นๆ ดวงชะตาของคุณผสานกับดวงดาว ที่ส่งผลให้กราฟชีวิต หน้าที่การงาน ความรัก ดวงการเงิน ดวงสุขภาพ ปีชง ทุกเรื่องที่คุฯอยากรู้ โหงวเฮ้ง ทำนายฝัน ฮวงจุ้ย ชื่อมงคล สีถูกโฉลก ดูลายมือ กับกระปุก Horoscope กระปุกดูดวง 2552 นี้มีดูดวงกับหมอลักษณ์ ด้วยนะ
ผลบอล
ผลบอล Kapook Football สุดยอดลูกหนัง Soccer ที่ให้คุณติดตามผลบอลสด ภาษาไทย แบบ Livescore ผลบอล จากฟุตบอลทุกลีค เช่น พรีเมียร์ลีค บอลอังกฤษ ยุโรป สเปน เยอร์มัน Live Soccer all around the world วิเคราะห์บอล ฟันธง ทีเด็ดครบครัน ทัศนะบอลจากสมาชิกขั้นเทพ ราคาบอล พร้อมอัตราต่อรอง และตารางการแข่งขัน โปรแกรมฟุตบอล คลิปฟุตบอล สุดมันส์ด้วยการทายผลบอล ทีเด็ด และข่าวฟุตบอล Update ถึงใจ จะเชียร์ทีมไหน แฟน แมนยู ลิเวอร์พูล เชลซี อาร์เซนอล หรือทีมฟุตบอลไหน พลาดแล้วจะเสียใจ กระปุกฟุตบอล ไม่เหมือนใคร คลิกด่วน
ดูทีวีย้อนหลัง
ดูทีวีย้อนหลัง กลับบ้านดูทีวีรายการโปรด ไม่ทัน! มาดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวีออนไลน์ กับกระปุกทีวี ที่รวบรวมสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง NBT TTV และช่องรายการดาวเทียม ให้คุณดูกันฟรีๆ ดูทีวีสดๆ หรือจะเลือกดูรายการย้อนหลัง ช่องกีฬา ละคร รายการ TV บนอินเทอร์เน็ต ได้แบบไม่พลาดกันอีกต่อไปได้แล้ว ละครย้อนหลัง ย้อนหลังรายการทีวีรายวัน Live TV on internet ตลอด 24 ชั่วโมง
คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem |

เกมส์ทำอาหารทั้งหมด | หาเพื่อน | แชท | คุยสด | การ์ตูน | hi5ดารา | โหลดเพลง | คลิป | ฟังวิทยุ | ทำนายฝัน | ฟังเพลงออนไลน์ | ฟังเพลงใหม่ | เกมส์เต้น | เกมส์มันๆ |
ดูทีวีย้อนหลัง | dictionary | หางาน | งานราชการ | เกมส์ต่อสู้ | ศึกษาต่อต่างประเทศ | การศึกษา | มหาวิทยาลัย | วันแม่แห่งชาติ | เกมปลูกผัก | ดูดวงความรัก | ข่าว |

เกมส์ | ดูดวง | เกม | ฟังเพลง | เพลง | game | ผลบอล |